วีซ่าเกษียณอายุ

ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีชาวต่างชาติเข้ามาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่เหมาะแก่การพักผ่อน และท่องเทียวเพราะมีธรรมชาติและบรรยากาศที่สวยงาม ดังนั้นหากท่านเป็นคนหนึ่งที่มีแผนที่จะ มาพักผ่อนและท่องเที่ยวในประเทศไทย และมีอายุ 50 ปี ขึ้นไป ท่านสามารถจะขอวีซ่า เกษียณอายุในประเทศไทยได้ และจะได้รับ วีซ่าเกษียณอายุ ที่จะอยู่ในประเทศไทยได้ เป็นเวลา 1 ปี

retirement visa

วีซ่าเกษียณอายุ

วีซ่า เกษียณอายุ สำหรับชาวต่างด้าวที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป และต้องการอาศัยอยู่ใน ประเทศไทย ท่านต้องแสดงหลักฐานทางการเงิน คือเงินฝากในบัญชีออมทรัพย์ หรือบัญชีเงินฝากประจำไม่น้อย กว่า 800,000 บาท หรือมีเงินไม่น้อยกว่าเดือน 65,000 บาท โดยเงินได้ 12 เดือน รวมกันไม่น้อยกว่า 800,000 บาท เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณา โดยสามารถยื่นเอกสารเพื่อขอวีซ่าแบบชีวิตบั้นปลายนี้ได้ที่สำนักงานตำรวจ ตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งระยะเวลาการอนุญาตจะเป็นแบบ 1 ปี ผู้ที่มีวีซ่าแบบ Multiple Non-Immigrant Visa ไม่ต้องทำ Re-Entry เพราะเมื่อท่าน เดินทางออกนอกประเทศ ท่านจะได้รับการอนุญาตให้เข้ามาใหม่ เป็นเวลา 90 วัน ในกรณีที่ชาวต่างด้าว ต้องการเดินทางออกนอกประเทศไทย จะต้องทำ Re-Entry มิฉะนั้นแล้ว Non-Immigrant Visa “B” ที่ท่านมีจะไม่สามารถใช้ได้อีก ต่อไป วีซ่าของท่านจะกลายเป็น Tourist Visa หรือ Transit Visa

phuket-retirement-visa

บริการเดินเรื่องขอใบอนุญาตขับขี่สากล

บริการเดินเรื่องขอใบอนุญาตขับขี่สากล (International Driving Permit) จากกรมการขนส่งทางบก ให้บริการลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ

ใบอนุญาตขับขี่สากล (อังกฤษ: International Driving Permit (IDP)) เป็นเอกสารที่ยอมรับในหลายประเทศที่อนุญาตให้ผู้ถือขับรถยนต์ได้ ใบอนุญาตขับขี่สากลต้องใช้ร่วมกับใบอนุญาตขับขี่จาก ประเทศบ้านเกิดเท่านั้น ใบอนุญาตขับขี่สากลมีขนาดใหญ่กว่าหนังสือเดินทางเล็กน้อยและมีคำแปลหลายภาษา มีภาพผู้ถือใบอนุญาต และสถิติที่สำคัญ อย่างไรก็ดี ในประเทศส่วนใหญ่ ผู้มาเยือนชั่วคราวไม่จำเป็นต้องใช้ใบอนุญาตขับขี่สากลเพราะว่าใบอนุญาตขับ ขี่จากประเทศต้นทางมักจะสามารถใช้ได้ในประเทศปลายทางอยู่แล้ว การใช้ก็เหมือนกับใบขับขี่ธรรมดาในประเทศ เพียงแต่เวลาเราไปขับรถยนต์ที่ต่างประเทศนั้น ต้องใช้ใบขับขี่สากลนี้คู่กับหนังสือรับรองการได้รับอนุญาตขับรถยนต์ฉบับ ภาษาอังกฤษซึ่งอันนี้สามารถติดต่อขอทำได้พร้อมกับการขอทำใบขับขี่สากลโฮสต์

บริการทำใบอนุญาตขับขี่สากล

การขับรถในแต่ละประเทศอย่าลืมศึกษากฎจราจรเพิ่มเติมของประเทศนั้น เพราะแต่ละประเทศก็จะมีกฎเฉพาะแตกต่างกันออกไปอีก ควรศึกษาและทำความเข้าใจกฎของในประเทศเขา พร้อมทั้งตรวจสอบวิธีใช้รถก่อนการออกเดินทาง เส้นทางการเดินทางในแต่ละสถานที่ การขับรถบางประเทศใช้ พวงมาลัยซ้าย บางประเทศใช้พวงมาลัยขวา จึงต้องทำความเคยชิ้นให้ดี กฎหมายต่างประเทศเข้ม และกวดขันมาก

1240581_808125775881723_1090144300_n

ฟ้องหย่า มีทนายผู้เชี่ยวชาญ

ฟ้องหย่า มีทนายผู้เชี่ยวชาญ

ฟ้องหย่า มีทนายผู้เชี่ยวชาญ

 ฟ้องหย่า มีทนายผู้เชี่ยวชาญ

การแก้เหตุฟ้องหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1516 (1)

เรื่องของการฟ้องหย่า

โดยหลัก การหย่าโดยคำพิพากษาของศาล เป็นวิธีการหย่าเมื่อคู่สมรสไม่สามารถตกลงขอหย่าโดยความยินยอมได้ เหตุที่จะนำมาใช้ในการฟ้องหย่ามีกำหนดไว้ในมาตรา 1516 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มีอยู่ 10 เหตุ เป็นเหตุที่ผู้ร่างคัดเลือกมาแล้วว่าจะต้องมีสาเหตุกระทบถึงชีวิตครอบครัวของคู่สมรส อย่าร้ายแรงไม่เป็นเพียงลิ้นกระทบฟันธรรมดาทั่วไป

เหตุหย่าที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในครั้งนี้ตาม พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2550 ได้แก่ เหตุที่กำหนดไว้ในอนุมาตรา (1) ของมาตรา 1516 เป็นเหตุที่เกิดจากความผิดของคู่สมรสฝ่ายจำเลย ความผิดที่ว่านี้คือไม่ซื่อสัตย์ในประเวณีต่อคู่สมรสอีกฝ่าย กล่าวโดยรวมคือการเป็นชู้หรือมีชู้ (Adultery) ของสามมีหรือภรรยานั่นเองเป็นความผิดต่อระบบผัวเดียวเมียเดียวในกฎหมายครอบครัวไทย

Divorce-in-Thailand

วิวัฒนาการของเหตุฟ้องหย่าที่เกิดจากการผิดประเวณีของสามีภริยาที่กฎหมายนำมาบัญญัติเป็นเหตุฟ้องหย่า เริ่มต้นตั้งแต่การกำหนดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ประกาศใช้เป็นครั้งแรก

เมื่อปี พ.ศ. 2478 โดยมาตรา 1500 บัญญัติไว้ว่า

“คดีฟ้องหย่านั้นถ้า

(1) “…ภริยามีชู้ สามีฟ้องหย่าได้ …”

มีข้อสังเกตว่าเหตุหย่าในอนุมาตรานี้ เฉพาะสามีเท่านั้นที่มีสิทธิฟ้องหย่าได้ ภริยาไม่มีสิทธิเดียวกันนี้ แม้สามีจะมีชู้ (หรือเป็นชู้) กับหญิงอื่นก็ตาม ความไม่เท่าเทียมกันในเหตุฟ้องหย่าเหตุนี้ ฝ่ายเรียกร้องสิทธิสตรีรู้สึกและต่อสู้มาโดยตลอด

ต่อมาเมื่อได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยในปี พ.ศ. 2517 ซึ่งมาตรา 28 วรรคสองกำหนดให้ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกันจึงทำให้ห้าปีต่อมาหลังจากการกำหนดเหตุฟ้องหย่าดังกล่าวจึงได้มีการแก้ไขปรับปรุงเหตุฟ้องหย่าในมาตรา 1516 ความว่า

“เหตุฟ้องหย่ามีดังต่อไปนี้

(1) ”…สามีอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องหญิงอื่นฉันภริยา หรือภริยามีชู้ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้…”

การแก้ไขข้างต้นได้เปิดโอกาสให้ภริยามีสิทธิฟ้องหย่ามากขึ้นกว่าเดิมแต่ยังคงมีการแยกเหตุฟ้องหย่าของสามีและภริยาแตกต่างกัน กล่าวคือ หากภริยาร่วมประเวณีกับชายอื่นแม้แต่เพียงครั้งเดียว (มีชู้) ก็อาจถูกสามีฟ้องหย่าได้ แต่ฝ่ายสามีต้องมีพฤติการณ์ถึงขนาดอุปการะเลี้ยงดู หรือยกย่องหญิงอื่นอย่างเปิดเผยภรรยาจึงจะเกิดสิทธิในการฟ้อง

แต่การแก้ไขบรรพ 5 ต่อมาในปี พ.ศ. 2533 แม้จะยังมีกระแสเรียกร้องให้สิทธิหญิงเท่าเทียมกับชายแต่ก็ยังมิได้มีการแก้ไขปรับปรุงเหตุหย่าเป็นอย่างอื่น

จนกระทั่งมาถึงการแก้ไขกฎหมายครอบครัวครั้งล่าสุด ตาม พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2550 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2550 ได้แก้ไขเหตุฟ้องหย่าในมาตรา 1516 (1)ใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการมีสิทธิเท่าเทียมกันระหว่างชายกับหญิงที่ได้รับรองไว้ในวรรค 2 ของมาตรา 30 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550

พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 10) ในมาตา 1516 (1) บัญญัติว่า

“(1) สามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามี เป็นชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้”

อาจสรุปกฎหมายใหม่ได้เพิ่มเติมเหตุฟ้องหย่าขึ้นมาใหม่ในครั้งนี้ 3 เรื่องใหญ่ด้วยกัน คือ

1) การอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันสามี หรือภรรยา

การยกย่อง ได้แก้การแสดงออกของสามีภริยาไม่ว่าจะโดยชัดแจ้ง เช่นจดทะเบียนสมรสและอยู่กินด้วยกันอย่างเปิดเผย (ฎ.3596/2546) หรือโดยปริยายให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าว่าผู้นั้นเป็นคู่สมรสของตน

สำหรับเหตุที่คู่สมรส “ยกย่อง” ผู้อื่นนี้อาจพิจารณาแยกต่างหากจาก “การอุปการะเลี้ยงดู” ได้ กล่าวคือ แม้สามีจะไม่ได้อุปการะเลี้ยงดูหญิงนั้นในทางทรัพย์สิน แต่ยกย่องหญิงนั้นเสมือนภรรยาโดยพฤติการณ์ที่เป็นที่รับรู้ของคนทั่วไปแล้วย่อมใช้เป็นเหตุฟ้องหย่าได้

เทียบกับการอุปการะเลี้ยงดูในฐานะภริยาน้อยอย่างลับๆก็ถือเป็นเหตุฟ้องหย่าในกรณี “การอุปการะเลี้ยงดู” โดยที่หญิงที่ได้รับการเลี้ยงดูหรือได้รับการยกย่องไม่จำเป็นต้องรู้ข้อเท็จจริงที่ว่าฝ่ายชายมีภรรยาอยู่แล้ว ไม่ถือเป็นเงื่อนไขในการอ้างเหตุฟ้องหย่าในกรณีนี้ กฎหมายมุ่งให้ยึดพฤติกรรมของสามีเป็นหลัก

กล่าวโดยสรุป เป็นการสนับสนุนระบบผัวเดียวเมียเดียวในกฎหมายครอบครัว คู่สมรสมีหน้าที่ต้องซื่อสัตย์และอุปการะซึ่งกันและ จะไปอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นเป็นบุคคลอื่นนอกจากสามีหรือภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของตนไม่ได้ ไม่ว่าจะเพศตรงข้ามหรือเพศเดียวกันก็ล้วนแล้วแต่เป็นการผิดประเวณีของคู่สมรสทั้งสิ้น

2) เป็นชู้ หรือมีชู้

ข้อความในกฎหมายเดิมเขียนไว้แต่เพียง “ภริยามีชู้” แต่ข้อความที่แก้ไขใหม่ได้เขียนเพิ่มเป็น “เป็นชู้หรือมีชู้” เนื่องจากต้องการให้การทำผิดศีลธรรมในเรื่อง “ชู้” เป็นความผิดทั้งสิ้นไม่ว่าคนกระทำจะเป็นชายหรือหญิง

การที่ภริยามีชู้ หมายถึง สมัครใจร่วมประเวณีกับชายอื่น แม้ร่วมเพียงครั้งเดียวและชายอื่นจะมีภริยาแล้วหรือไม่ก็ถือว่ามีชู้ ส่วนสามีหากร่วมประเวณีกับภรรยาของผู้อื่นย่อมถือว่าเป็นชู้ซึ่งเป็นเหตุฟ้องหย่า แต่หากพฤติกรรมเหล่านั้นเกิดจากความไม่สมัครใจ ถูกข่มขืนกระทำชำเรา หรือถูกทำอนาจาร จะเรียกว่ามีชู้ไม่ได้ รวมทั้งกรณีที่สามีหรือภรรยาอีกฝ่ายหนึ่งยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้คู่สมรสของตนมีชู้หรือเป็นชู้จะอ้างเหตุดังกล่าวมาฟ้องหย่าอีกฝ่ายไม่ได้

3) สามี หรือภรรยาร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ

คำว่า ”ร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ” เป็นกรณีที่สามีหรือภรรยาไปร่วมประเวณีกับบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่คู่สมรสของตน ซึ่งจะต่างจากการเป็นชู้ หรือมีชู้ตรงที่ การร่วมประเวณีกับผู้อื่นนี้ไม่จำเป็นต้องมีข้อเท็จจริงที่แสดงถึงการร่วมประเวณีกับชายหรือหญิงคนเดิม แค่มีพฤติกรรมการร่วมประเวณีกับชายหรือหญิงอื่นที่ไม่ใช่คู่สมรสอยู่เสมอๆ เป็นประจำก็เพียงพอที่จะใช้เป็นเหตุฟ้องหย่า

นอกจากจะแก้ไขเหตุฟ้องหย่าแล้ว ยังได้มีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับ การกำหนดสิทธิเรียกร้องค่าทดแทน กรณีการฟ้องหย่าเนื่องจากคู่สมรสอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันสามีภริยาหรือสามี หรือเป็นชู้หรือมีชู้ ซึ่งเดิมกฎหมายเขียนไว้ว่า “เมื่อศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุสามีอุปการะหญิงอื่นหรือภริยามีชู้ ภริยาหรือสามีมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากสามีหรือภริยาและจากหญิงอื่นหรือชู้ แล้วแต่กรณี ….”

แต่กฎหมายที่แก้ไขใหม่เปลี่ยนเป็น ”เมื่อศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุสามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดู หรือยกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามี เป็นชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ ภริยาหรือสามีมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากสามีหรือภริยา และจากผู้ซึ่งได้รับการอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่อง หรือผู้ซึ่งเป็นเหตุแห่งการหย่านั้น”

คำว่า “ผู้ซึ่งเป็นเหตุแห่งการหย่า” นี้ หมายถึงผู้ใดบ้าง ก็ต้องย้อนกลับไปอ่านข้างบนอีกที จะเห็นว่าหมายถึง ผู้ที่เป็นชู้กับสามีหรือภริยาของผู้อื่น (ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้หย่าด้วยเหตุเป็นชู้ หรือมีชู้) หรือผู้ซึ่งร่วมประเวณีกับสามีหรือภริยาของผู้อื่น (กรณีศาลพิพากษาให้หย่าด้วยเหตุการร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ)

ในส่วนของกฎหมายที่แก้ไขมาใหม่นี้ยังคงมีปัญหาที่ต้องขบคิดต่อไปว่า ผู้ที่เข้ามาร่วมประเวณี เป็นชู้ หรือได้รับการอุปการะเลี้ยงดู หรือยกย่องเสมือนสามีหรือภรรยา ซึ่งเป็นเหตุแห่งการหย่านั้น จำเป็นที่จะต้องรู้ว่าตนเป็นเหตุแห่งการหย่าหรือไม่ จะถือเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ภริยาหรือสามีที่ศาลพิพากษาให้หย่ามีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากบุคคลดังกล่าวหรือไม่ ในส่วนนี้กฎหมายที่แก้ไขใหม่ไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจน

กล่าวโดยสรุปแล้ว จากความคิดพื้นฐานที่ว่า ชาย-หญิง ควรได้รับการปฏิบัติในเรื่องต่างๆอย่างเท่าเทียมกัน นำมาสู่การแก้ไขพัฒนากฎหมายให้สอดคล้องกับทั้งความคิด ค่านิยม และพฤติกรรมของคนในสังคมการแก้ไขเหตุหย่าในกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นี้ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงการอนุวัฒน์ตามความเห็น มุมมอง และทัศนคติของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

divorceDivorce-in-Thailand

Rhode Island Divorce Mediationhow-to-fix-a-marriage  divorce-petition separação couple_divorce_1366911c

รับเปลี่ยนวีซ่าท่องเที่ยวเป็นวีซ่าติดตามภรรยาไทย

รับปรึกษา รับเปลี่ยนวีซ่าท่องเที่ยวเป็นวีซ่าติดตามภรรยาไทย วีซ่าสำหรับชาวต่างชาติที่มีภรรยาชาวไทย

สำหรับผู้ที่มีความประสงค์ต้องการเปลี่ยนวีซ่าท่องเที่ยวเป็นวีซ่าติดตามภรรยาไทย ทางเราสามารถให้บริการช่วยเหลือให้คำปรึกษาในการเปลี่ยนวีซ่าท่องเที่ยวเป็นวีซ่าติดตามภรรยาไทย เพื่อเพิ่มความสะดวกและประหยัดเวลาในการเตรียมเอกสารและข้อมูลต่าง ๆ ตามที่ทางสถานกงศุลหรือสถานทูตต้องการ

 รับเปลี่ยนวีซ่า

 รับปรึกษา ท่องเที่ยวเป็นวีซ่าติดตามภรรยาไทย

การตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant Visa)
Non-immigrant visa
1. การตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว รหัส O (Non-Immigrant Visa “O”)

การตรวจลงตราประเภทนี้จะออกให้แก่คนต่างด้าวที่ประสงค์จะเดินทางเข้ามาในราช อาณาจักรเพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง อาทิ การเข้ามาใช้ชีวิตในบั้นปลายในฐานะผู้สูงอายุ การเข้ามาในฐานะคู่สมรส หรือการให้ความ

อุปการะแก่หรือรับความอุปการะจากบุคคลสัญชาติไทย การปฏิบัติหน้าที่ให้แก่รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การกุศลสาธารณะ เป็นต้น

1.1 การเข้ามาเพื่อใช้ชีวิตในฐานะผู้สูงอายุ (รหัส O)

ผู้ร้องต้องมีอายุตั้งแต่ 50 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ระบุวัตถุประสงค์ว่าจะขอเข้ามาใช้ชีวิตในฐานะผู้สูงอายุ
หรือเกษียณ และจะไม่ทำงานในระหว่างพำนักในไทย
หลักฐานแสดงฐานะทางการเงินหรือหลักฐานการได้รับเงินบำนาญ
(ต้องมีเงินฝากไม่น้อยกว่า 200,000 บาท หรือมีรายได้/บำนาญไม่น้อยกว่าเดือนละ 65,000 บาท)

หมายเหตุ

เมื่อคนต่างด้าวเดินทางเข้าประเทศไทย เจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะพิจารณา
อนุญาตให้พำนักอยู่ในราชอาณาจักรได้ไม่ เกิน 90 วัน การขยายระยะเวลาพำนัก จะต้องติดต่อ
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
หากเป็นการขอขยายระยะเวลาพำนักระยะยาว คือ 1 ปี สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะพิจารณาโดยใช้หลักเกณฑ์การเข้าเมืองของคนต่างด้าว ซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่า 50 ปีบริบูรณ์ ซึ่งประสงค์จะขอรับการตรวจลงตราเพื่อเข้ามาพำนักในราชอาณาจักรคราวละไม่เกิน 1 ปี รหัส O-A โดยใช้หลักเกณฑ์ว่าผู้ร้องต้องมีหลักทรัพย์เป็นเงินฝาก 800,000 บาท หรือมีรายได้/บำนาญเดือนละ 65,000 บาท หรือมีเงินฝากและรายได้รวมกันไม่น้อยกว่า 800,000 บาท)

1.2 หลักฐานการเป็นบิดา มารดา บุตร / สูติบัตร / ใบสำคัญการสมรส

1.3 หนังสือรับรองการทำงาน ใบอนุญาตทำงานที่ยังมีอายุใช้งาน ของผู้ที่ทำงานในประเทศไทย (กรณีติดตามคู่สมรสที่เป็นคนต่างด้าว)

1.4 หลักฐานแสดงว่าคู่สมรสเป็นคนสัญชาติไทย หรือเป็นผู้ที่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร หลักฐานแสดงฐานะทางการเงิน (กรณีติดตามครอบครัวที่เป็นคนสัญชาติไทย)

2. การตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว รหัส B (Non-Immigrant Visa “B”)

2.1 การติดต่อหรือประกอบธุรกิจ และการทำงาน

หนังสือกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน แจ้งผลการพิจารณาอนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามา
ทำงานในบริษัทฯ ที่ขอได้
หนังสือจากบริษัทในประเทศไทยที่จะจ้างงานบุคคลต่างด้าวดังกล่าวชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการ
จ้างงาน พร้อมทั้งแนบเอกสารของบริษัท เช่น ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนบริษัท
หนังสือรับรองการทำงานของบริษัทที่ผู้ร้องทำงานอยู่ รวมทั้งระบุวัตถุประสงค์ของการเดินทางไป
ประเทศไทย ชื่อบริษัท ห้างร้าน หรือหน่วยงานที่จะไปติดต่อ
หนังสือเชิญของบริษัทในประเทศไทยให้ผู้ร้องเดินทางไปประเทศไทยเพื่อติดต่อธุรกิจ

2.2 ครู / อาจารย์ในสถาบันการศึกษาเอกชน

หนังสือตอบรับการจ้างจากสถาบันการศึกษา
หนังสืออนุมัติให้จ้างบุคคลดังกล่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช) หรือจากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ส่วนภูมิภาค)

รับปรึกษาทำพาสปอร์ต / วีซ่าทุกประเทศ

รับปรึกษาทำพาสปอร์ต / วีซ่าทุกประเทศ ทางเราให้บริการเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือการขอทำ  Passport และ Visa มาเป็นเวลานานในภูมิภาคนี้ มีลูกค้าและหน่วยงานจำนวนมากที่เชื่อมั่นในบริการแบบมือาชีพของเรา

รับปรึกษาทำพาสปอร์ต / วีซ่าทุกประเทศ

วีซ่าแบบ 1 ปี (LONG TERM VISA 1 YEAR)

++ กรณีที่คนต่างด้าวได้ดำเนินการขอวีซ่า Non Immigrant “ B “ มาแล้ว และดำเนินการขอใบอนุญาตการทำงาน (Work Permit) เรียบร้อยแล้ว เมื่อใกล้ครบกำหนดการอนุญาตในวีซ่า คนต่างด้าวต้องยื่นเอกสาร เพื่อขออยู่ต่อในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไป เป็นระยะเวลา 1 ปี หรือเรียกว่า Long Term Visa 1 Year กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือที่ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน (One Stop Service) ซึ่งสะดวกรวดเร็วมากใช้เวลาประมาณ 1 วัน แต่ทั้งนี้บุคคลที่จะยื่นเอกสารที่ One Stop Service ได้นั้นต้องมีคุณสมบัติเฉพาะตามที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขของ One Stop Service ในการขอต่ออายุวีซ่า โดยปกติครั้งแรกเจ้าหน้าที่จะอนุญาตให้ 30 วันก่อนเพื่อรอฟังผลการพิจารณาว่าจะอนุมัติหรือไม่ เมื่อใกล้ครบกำหนดการนัดฟังผล ให้นำหนังสือเดินทางไปฟังผลการพิจารณาที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ถ้าผลการพิจารณาเสร็จสิ้นแล้วจะอนุญาตให้ 1 ปี หรือน้อยกว่าขึ้นอยู่กับการพิจารณาอนุญาต แต่ถ้าผลการพิจารณายังไม่เสร็จก็จะอนุญาตต่อให้อีก จนกว่าผลการพิจารณาจะแล้วเสร็จ
สำหรับต่างด้าวที่ได้รับการอนุญาตให้อยู่ต่อและได้รับวีซ่าแบบ 1 ปี หากอยู่ในประเทศไทยติดต่อกันเกิน 90 วัน จะต้องยื่นแบบฯรายงานตัวต่อสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองด้วย ซึ่งสามารถแจ้งได้ด้วยตนเอง ส่งทางไปรษณีย์ หรือมอบอำนาจให้คนอื่นแจ้งแทนก็ได้

++ ในกรณีที่คนต่างด้าวต้องการเดินทางออกนอกประเทศ จะต้องทำ Re – Entry ด้วย มิฉะนั้นแล้ว Non – Immigrant “B” ที่ได้รับจะไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป วีซ่าของเมื่อบินกลับเข้ามาประเทศไทย วีซ่าที่ได้รับจะใช้ไม่ได้ และกลายเป็นการเข้ามาแบบเป็น Tourist Visa หรือ Transit Visa หรือ ผ.30

1-Arrest-warrants-for-visa-consultant

วีซ่าแบบชีวิตบั้นปลาย (RETIREMENT VISA)

วีซ่าแบบชีวิตบั้นปลาย หรือวีซ่าเกษียณอายุ สำหรับบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป และต้องการอาศัยอยู่ในประเทศไทย ท่านต้องแสดงหลักฐานทางการเงิน คือ เงินฝากในบัญชีออมทรัพย์ไม่น้อยกว่า 800,000 บาท หรือหลักฐานการรับเงินบำนาญ หรือเงินเกษียณอายุเดือนละไม่น้อยกว่า 65,000 บาท หรือมีทั้งบัญชีเงินฝากและเงินบำนาญรวมกันทั้งปี ไม่น้อยกว่า 800,000 บาท เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณา แต่ทั้งนี้วีซ่าของท่านจะต้องเป็นแบบ Non-Immigrant ก่อน ซึ่งโดยทั่วไปประเภทวีซ่าจะเป็นแบบ Non-O จึงจะสามารถยื่นขอวีซ่าแบบชีวิตบั้นปลายได้ ท่านสามารถยื่นเอกสารเพื่อขอวีซ่าแบบชีวิตบั้นปลายนี้ได้ ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งระยะเวลาการอนุญาตจะเป็นแบบครั้งละ 1 ปี

แต่หากท่านประสงค์จะเปลี่ยนประเภทของการตรวจลงตราวีซ่าจาก ผ.30 หรือ Tourinst เป็น Non-O สามารถยื่นเปลี่ยนประเภทของวีซ่าได้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แต่ทั้งนี้การพิจารณาอนุมัติหรือไมม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่

Non-immigrant visa

วีซ่าประเภทธุรกิจ (NON – IMMIGRANT VISA )

NON – IMMIGRANT VISA จะมีหลายประเภท วีซ่าที่มักนำมาใช้ประกอบในการยื่นขอใบอนุญาตการทำงานงานในประเทศไทย เช่น วีซ่าประเภทธุรกิจ (B) และวีซ่าครอบครัว ,วีซ่าแต่งงาน (O) ส่วนใหญ่คนต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยจะถือวีซ่านักท่องเที่ยวหรือวีซ่าผู้เดินทางผ่าน (Tourist Visa / Transit Visa/W.30) ซึ่งวีซ่าไม่สามารถนำไปขอใบอนุญาตการทำงานได้ จะต้องเปลี่ยนประเภทวีซ่าเสียก่อน ดังนั้นวีซ่าที่จะใช้ขอใบอนุญาตการทำงานได้ คือวีซ่า Non – Immigrant “B” หรือ “O” ซึ่ง NOn-Immigrant “B” จะดำเนินการขอได้ 3 วิธี

วิธีที่หนึ่ง บริษัทที่ประสงค์จะจ้างคนต่างด้าว ทำจดหมายรับรองการจ้างงานพร้อมเอกสารแนบให้คนต่างด้าวนำไปยื่นต่อสถานทูตไทยในต่างประเทศ ควรจะเป็นประเทศในถิ่นกำเนิดของคนต่างด้าวจะดีที่สุด เพื่อที่จะขอวีซ่า Non – Immigrant “B” มาขอใบอนุญาตทำงานต่อไป วีซ่า Non-immigrant B ที่จะไปขอแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ Multiple B ( 1 ปี แต่แบ่งออกเป็นครั้งละ 90 วัน จะได้ 90 วัน ทุกครั้งที่บินออกไป) และ Single B (90 วัน) ขึ้นอยู่กับความต้องการของคนต่างด้าวและการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ว่าจะอนุมัติวีซ่าประเภทไหน

วิธีที่สอง บริษัทที่จะจ้างคนต่างด้าว ทำเอกสารการจ้างงานพร้อมเอกสารแนบ ยื่นต่อแรงงานฯ เพื่อขออนุมัติตำแหน่งจากแรงงานฯก่อน เมื่อแรงงานฯมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอนุญาต ให้นายจ้างส่งหนังสือแจ้งดังกล่าวพร้อมหลักฐานประกอบการพิจารณา ไปให้คนต่างด้าวเพื่อยื่นต่อสถานทูตไทยในต่างประเทศเพื่อขอวีซ่า Non – Immigrant “B” และคนต่างด้าวต้องนำวีซ่าที่ได้รับอนุมัติมายื่นต่อแรงงานฯ ภายใน 30 วัน นับจากวันที่มีการรับเอกสารไปจากแรงงานฯ เพื่อขอใบอนุญาตทำงาน

วิธีที่สาม การปลี่ยนประเภทของวีซ่าที่ประเทศไทย วิธีการที่คนต่างด้าวสามารถขอเปลี่ยนประเภทของวีซ่าจากนักท่องเที่ยว หรือวีซ่า ผ.30 เป็นวีซ่า Non-B หรือ Non-O โดยการเตรียมเอกสารประกอบการเปลี่ยนประเภทของวีซ่าไปยื่นที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซอยสวนพลู แล้วนำวีซ่าที่ได้ไปยื่นขอใบอนุญาตทำงาน หรือยื่นขออยู่ต่อแบบอื่นต่อไป

ข้อควรทราบเพิ่มเติม

การเปลี่ยนประเภทวีซ่า (Visa Status Alteration)

คนต่างด้าวที่ถือวีซ่าประเภทอื่นที่มิใช่ Non- Immigrant Visa เช่น Tourist , W.30 หรือ Transit และมีความประสงค์จะเปลี่ยนประเภทของวีซ่า เพื่อขออยู่ต่อในประเทศไทย เพื่อวัตถุประสงค์อื่น เช่น เพื่อการลงทุน การทำงาน การแต่งงาน การใช้ชีวิตบั้นปลายในเมืองไทย เป็นต้น มีข้อควรทราบเกี่ยวกับการยื่นเปลี่ยนประเภทของวีซ่าดังนี้

1.Tourist Visa โดยปกติวีซ่าประเภทนี้ เมื่อเดินทางเข้ามาในประเทศไทย จะสามารถอาศัยอยู่ในประเทศไทยได้ 60- 90 วัน นับตั้งแต่วันที่เดินทางเข้ามา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและข้อตกลงของแต่ละประเทศว่าจะอนุญาตได้ครั้งละกี่วัน หากคนต่างด้าวนั้นมีความประสงค์ที่จะขอเปลี่ยนประเภทของวีซ่าเป็น Non- Immigrant จะต้องดำเนินการเปลี่ยนประเภทวีซ่า ก่อนที่วีซ่าจะหมดอายุ และต้องเหลือไม่น้อยกว่า 21 วัน ณ วันที่ยื่นคำขอ

2.Transit Visa เรียกว่าวีซ่าเดินทางผ่าน จะสามารถอาศัยอยู่ในประเทศไทยได้ 15 – 30 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและข้อตกลงของแต่ละประเทศว่าจะอนุญาตได้ครั้งละกี่วัน หากคนต่างด้าวนั้นมีความประสงค์ที่จะขอเปลี่ยนประเภทของวีซ่าเป็น Non- Immigrant จะต้องดำเนินการเปลี่ยนประเภทวีซ่า ก่อนที่วีซ่าจะหมดอายุ และต้องเหลือไม่น้อยกว่า 21 วัน ณ วันที่ยื่นคำขอ

3. ผ.30 ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรง โดยทางเจ้าหน้าที่ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะประทับวีซ่าให้ตอนที่เข้ามาถึงสนามบิน (สำหรับบางสัญชาติเท่านั้น) จะอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยได้คราวละ 30 วัน หากคนต่างด้าวนั้นมีความประสงค์ที่จะขอเปลี่ยนประเภทของวีซ่าเป็น Non- Immigrant จะต้องดำเนินการเปลี่ยนประเภทวีซ่า ก่อนที่วีซ่าจะหมดอายุ และต้องเหลือไม่น้อยกว่า 21 วัน ณ วันที่ยื่นคำขอ

เมื่อยื่นเอกสารการขอเปลี่ยนประเภทของวีซ่า จอต้องรอฟังผลการพิจารณาประมาณ 21 วัน เมื่อได้รับอนุมัติจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้เปลี่ยนประเภทวีซ่า ต่างด้าวจะได้รับอนุมัติให้อยู่ในประเทศไทยได้ 90 วัน

การแจ้งความประสงค์จะเดินทางออกไปต่างประเทศและกลับเข้ามาในราชอาณาจักรอีก (Re-Entry Permit)

คนต่างด้าวที่ได้รับวีซ่าแบบ Non-Immigrant – Single หรือได้รับวีซ่าอนุญาตให้อยู่ต่อจาก สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแล้ว หากประสงค์การเดินทางไปต่างประเทศและกลับเข้ามาในราชอาณาจักรอีกโดยยังรักษาสภาพ Non-immigrant Visa ที่ได้รับไว้เหมือนเดิม เมื่อท่านประสงค์จะเดินทางออกนอกประเทศไทย ท่านต้องทำ Re – Entry Permit ซึ่งมี 2 แบบ

1. Single Re – Entry คือท่านต้องขออนุญาตทุกครั้งก่อนเดินทางออกนอกประเทศ เป็นการยื่น 1 ครั้งต่อการเดินทาง 1 ครั้ง เหมาะกับผู้ที่ไม่ค่อยจะได้เดินทางออกนอกประเทศ หรือมีวีซ่าระยะสั้นในช่วงการรอฟังผลการพิจารณาวีซ่า ค่าธรรมเนียม 1,000 บาทต่อครั้ง

2. Multiple Re – Entry คือการขออนุญาตครั้งเดียว แต่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้หลายครั้งตามระยะเวลาเท่ากับวีซ่าที่มีอยู่ เหมาะกับผู้ที่ต้องเดินทางออกนอกประเทศบ่อยๆ หรือมีวีซ่าระยะยาว หรือ ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยแบบ 1 ปี ค่าธรรมเนียม 3,800 บาท ต่อครั้ง

++ ผู้ที่มีวีซ่าแบบ Non – immigrant visa – Multiple ไม่ต้องทำ Re – Entry (แต่ถ้าเป็นNon – immigrant visa – Single ต้องทำ) เพราะเมื่อท่านเดินทางออกนอกประเทศท่านจะได้รับวีซ่าอนุญาตให้เข้ามาใหม่ เป็นเวลา 90 วันอีก จนใกล้ครบ 12 เดือน ท่านต้องยื่นขออยู่ต่อ ณ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและท่านต้องมีใบอนุญาตการทำงานประกอบการยื่นด้วย

++ ในกรณีที่ท่านต้องการเดินทางออกนอกประเทศไทย ท่านต้องทำ Re – Entry มิฉะนั้นแล้ว Non- Immigrant “B” ที่ท่านมีจะไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป วีซ่าของท่านจะกลายเป็น Tourist visa หรือ ผ. 30 หรือ Transit visa

2.4-Passports-Visas

บริการประทับตรารับรองเอกสาร จากกระทรวงต่างประเทศ / สถานฑูต

บริการแปลและบริการประทับตรารับรองเอกสารกับกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และสถานทูตประเทศต่างๆ สำหรับเอกสารราชการดังต่อไปนี้

เอกสารจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เช่น ใบทะเบียนการค้า / หนังสือรับรองบริษัทพร้อมวัตถุประสงค์ / หนังสือบริคณห์สนธิ / บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น /ข้อบังคับบริษัท / หนังสือรับรองตรายาง / ภพ.20 / งบการเงิน /รายงานการประชุม / ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน เป็นต้น เอกสารราชการส่วนบุคคล เช่น บัตรประชาชน / สูติบัตร / ทะเบียนบ้าน / ใบเปลี่ยนชื่อ /ใบเปลี่ยนนามสกุล / หนังสือรับรองโสด / ทะเบียนสมรส / ใบหย่า /ทะเบียนราษฎร์ต่างๆ / เอกสารทางทหาร เช่น สด. 8 สด. 9 สด. 43 / เอกสารทางการศึกษา เช่น ปริญญาบัตร / ทรานสคริปต์ทุกระดับชั้น / หนังสือรับรองการศึกษา / ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต่างๆ

บริการประทับตรารับรองเอกสารจากกระทรวงต่างประเทศ / สถานฑูต

บริการแปลเอกสารราชการพร้อม บริการประทับตรารับรองเอกสาร ที่กระทรวงการต่างประเทศ

เอกสารสำคัญที่จะนำไป ใช้อ้างอิงในต่างประเทศ จะต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศเสมอจึงจะได้รับการยอมรับว่า เป็นเอกสารที่ชอบด้วยกฏหมายในขณะที่เอกสารที่ทำในต่างประเทศหรือออกให้โดย ทางการต่างประเทศจะต้องผ่านการรับรองจากสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศ นั้น หรือสถานทูตประเทศนั้น ๆในประเทศไทยก่อนแล้วจึงนำมาแปลเอกสารเป็นภาษาไทยจากนั้นนำไปให้กระทรวงการ ต่างประเทศรับรอง ทางการไทยจึงจะยอมรับ

การรับรองเอกสารแปล โดยกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

การรับรองเอกสาร เป็นการตรวจรับรองเอกสารพร้อมประทับตราจากนายทะเบียน (Notary Public) หรือเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่นักการทูตหรือเจ้าพนักงานที่มีอำนาจหน้าที่ (Competent Authority) เพื่อเป็นการรับรองความถูกต้องของเอกสารว่าเป็นเอกสารที่ถูกต้องสามารถใช้ ได้ ตรงตามต้นฉบับ เป็นต้น

เอกสารที่สามารถนำไปรับรองได้ เช่น สูติบัตร มรณบัตร หนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อ บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน หนังสือรับรองรายการทะเบียนราษฎร์ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า ทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว ทะเบียนการรับรองบุตรบุญธรรมหนังสือรับรองโสด หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท และเอกสารที่หน่วยงานราชการต่างๆออกให้

บริการประทับตรารับรองเอกสารจากกระทรวงต่างประเทศ / สถานฑูต

บริการประทับตรารับรองเอกสารจากกระทรวงต่างประเทศ / สถานฑูต

Notary Public คือบุคคลที่ทำหน้าที่รับรองลายมือชื่อที่มีการลงชื่อต่อหน้าในเอกสารนั้นๆ หรือรับรองเอกสารเช่นว่านั้นว่าเป็นเอกสารที่ถูกต้องแท้จริงจากต้นฉบับหรือทำคำรับรอง

ดังนี้

– การรับรองลายมือชื่อบุคคลที่ได้มาแสดงตนและลงชื่อต่อหน้า

– การรับรองสำเนาเอกสารทุกชนิดที่ทำขึ้นในประเทศหรือในต่างประเทศ

– การรับรองรูปหรือภาพถ่ายบุคคลนั้น ๆ ว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน

– การทำคำสาบานที่เกี่ยวกับพยานวัตถุหรือเอกสาร

– การบันทึกคำให้การที่ต้องมีคำสาบาน

– การรับรองข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นว่าเป็นความจริง

– การทำคัดค้าน

รวมทั้งการลงชื่อในฐานะเป็นพยานในเอกสารนั้นด้วย โดยส่วนมากแล้วจะนำเอกสารเหล่านั้นไปใช้ในต่างประเทศหรือสถานทูตต่างประเทศที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย กรณีในต่างประเทศหรือชาวต่างประเทศแล้วคงจะเข้าใจและใช้บริการ Notary Public แต่ในประเทศไทยนั้น ปัจจุบันมีบุคคลที่ทำหน้าที่ Notary Public คือ ทนายความที่ได้รับใบอนุญาตจากสภาทนายความ เท่านั้น ซึ่งเรียกกันว่า Notarial services Attorney จะต้องได้รับอนุญาตให้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารจากสภาทนายความอีกหนึ่งใบอนุญาต จึงจะได้ชื่อว่าเป็น Notarial services Attorney ที่มีอำนาจเช่นเดียวกับ Notary Public

บริการประทับตรารับรองเอกสารจากกระทรวงต่างประเทศ / สถานฑูต

tipthumb-large-legalising

banner

บริการจดทะเบียนสมรสชาวต่างชาติ ทุกประเทศ

บริการจดทะเบียนสมรสชาวต่างชาติ ทุกประเทศ จดทะเบียนสมรส รับทำเรื่องจดทะเบียนสมรสชาวต่างชาติ

mariageslide2
บริการจดทะเบียนสมรสชาวต่างชาติ ทุกประเทศ

การจดทะเบียนสมรสในประเทศไทย สำหรับชาวต่างชาติกับบุคคลสัญชาติไทย หรือชาวต่างชาติกับชาวต่างชาตินั้น สามารถกระทำได้โดยจดทะเบียนสมรสได้ที่สำนักงานเขตหรืออำเภอทุกเขตในเวลาทำ การ การจดทะเบียนสมรสนั้นเป็นการสมรสที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่หากว่ามิได้จดทะเบียนสมรส จัดพิธีแต่งงานเพียงอย่างเดียวนั้น ไม่ถือว่าเป็นการจดทะเบียนสมรสที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทางเรา มีบริการครบวงจรในการบริการรับจดทะเบียนสมรสสำหรับชาวต่างชาติ โดยดูแลและบริการทุกขั้นตอน บริการนี้รวมถึงการจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ณ สถานทูตของชาวต่างชาติ, กงสุลไทย, สำนักงานเขต, อำเภอ, การจัดหาล่าม, จัดหาพยานที่น่าเชื่อถือ, โดยท่านจะได้ใบทะเบียนสมรส ท่านจะได้รับความสะดวก, รวดเร็ว เอกสารที่ได้รับครบถ้วน โดยทีมงานที่มีประสบการณ์

mariageslide
ทั้งนี้ทางเรายังมีบริการรับบริการจดทะเบียนสมรสภายใต้กฎหมายต่างประเทศ โดยหลักจากได้จดทะเบียนสมรสภายใต้กฎหมายไทยแล้ว ทางเราจะดำเนินการส่งใบทะเบียนสมรสไปลงบันทึกการจดทะเบียนสมรสยังสำนักทะเบียนใน ต่างประเทศ ณ ประเทศที่ท่านต้องการลงบันทึกเพื่อเป็นการจดทะเบียนสมรสภายใต้กฎหมายทั้ง 2 ประเทศ (เช่น ประเทศอังกฤษ, อเมริกา, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, เนเธอร์แลนด์, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ ฯลฯ)
การจดทะเบียนสมรสที่ถูกต้องเป็นส่วนสำคัญและมีส่วนช่วยเหลือท่านได้มาก ในการทำวีซ่าหลังจากที่ท่านได้จดทะเบียนสมรสแล้ว ท่านสามารถยื่นใบทะเบียนสมรสประกอบคำร้องขอวีซ่า ได้ทั้งวีซ่าท่องเที่ยว – ถาวร เพื่อติดตามและอยู่อาศัยกับคู่สมรสในต่างประเทศ
ทางเรามีบริการจัดทำสัญญาการก่อนการจดทะเบียนสมรส หรือข้อตกลงในการจดทะเบียนสมรส เพื่อระบุทรัพย์สินของท่านในประเทศของท่านและในประเทศไทย โดยสัญญาทำขึ้นถูกต้องตามกฎหมายโดยทนายความที่มีประสบการณ์ด้านทรัพย์สิน, การสมรส

บริการจดทะเบียนสมรสชาวต่างชาติ ทุกประเทศ

กฎหมายน่ารู้ : จดทะเบียนสมรสชาวต่างชาติ (Bridals Choice)

ไม่ว่าจะแต่งงานกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ ก็ดูจะเป็นกังวลสำหรับคุณผู้หญิงไปซะหมดเลยคะ แต่อย่ากังวลเพราะนับจากนี้ไปคุณจะไม่ต้องมานั่งปวดหัวอีกต่อไป เพราะเรามีกฎหมายที่ควรรู้เกี่ยวกับการจดทะเบียนสมรสชาวต่างชาติมาฝากกันค่ะ

จดทะเบียนสมรสชาวต่างชาติ

 คุณสมบัติ

1. ชายและหญิงมีอายุ 17 ปี บริบูรณ์

2. ชายหรือหญิงไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือเป็นบุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ

3. ชายหญิงไม่เป็นญาติสืบสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปหรือลงมาหรือเป็นพี่น้องร่วมบิดา มารดา หรือร่วมแต่บิดาหรือมารดาเดียวกัน

4. ผู้รับบุตรบุญธรรมจะทำการสมรสกับบุตรบุญธรรมไม่ได้

5. ชายหรือหญิงจะทำการสมรสในขณะที่ตนมีคู่สมรสอยู่ไม่ได้

6. หญิงที่สามีตายหรือการสมรสสิ้นสุดลงด้วยประการอื่น จะทำการสมรสใหม่ได้ต่อเมื่อการสิ้นสุดแห่งการสมรสได้ผ่านพ้นไปแล้วไม่น้อย กว่า 310 วัน เว้นแต่คลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น หรือสมรสกับคู่สมรสเดิมหรือมีใบรับรองแพทย์ประกาศนียบัตรหรือปริญญา ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรักษาโรคในสาขาเวชกรรมได้ตามกฎหมายว่ามิได้มีครรภ์หรือ มีคำสั่งศาลให้สมรสได้

 หลักฐานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง

1. บัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง

2. หนังสือให้ความยินยอม (กรณีผู้ร้องขอยังไม่บรรลุนิติภาวะและผู้มีอำนาจให้ความยินยอมไม่ได้มาด้วย)

3. คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลที่ให้จดทะเบียน

4. พยานอย่างน้อย 2 คน

 จดทะเบียนภายใต้กฎหมายต่างชาติ ขั้นตอนดังนี้

1. ให้คนไทยติดต่อสถานทูตนั้นในไทย สอบถามว่าจะต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ส่วนใหญ่จะใช้ใบรับรองความเป็นโสด

2. นำเอกสารดังกล่าวไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ

3. นำมารับรองที่กองสัญชาติและนิติกร โดยนำเอกสารต้นฉบับ (ภาษาต่างประเทศ) และฉบับที่แปลแล้ว (ภาษาไทย)

4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

5. นำเอกสารไปรับรองที่สถานทูตชาติที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยนำไปใช้ยังต่างประเทศได้

หมายเหตุ

นำเอกสารไปรับรองที่สถานทูตชาติกรณีไม่สามารถดำเนินการได้สามารถทำการมอบอำนาจ

ถ้ามอบอำนาจมาต้องนำหนังสือมอบอำนาจ และ สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบด้วย

สตรี ไทยผู้ถือหนังสือเดินทางในชื่อสกุลเดิม เมื่อทำการสมรสตามกฎหมายต่างประเทศสามารถร้องขอให้สอท./สกญ.บันทึกการใช้นาม สกุลสามีลงในหนังสือเดินทาง (ปัจจุบันต้องทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่) แต่ต้องแก้ไขข้อมูลในบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านให้ถูกต้อง ในโอกาสแรกที่เดินทางกลับประเทศไทยหากมิได้ดำเนินการแก้ไขและมาขอหนังสือ เดินทาง ฉบับใหม่กระทรวงการต่างประเทศจะออกหนังสือเดินทาง โดยใช้คำนำหน้านามและนามสกุลตามข้อมูลที่ปรากฏตามหลักฐานทะเบียนราษฎรเท่า นั้น

บริการจดทะเบียนสมรสชาวต่างชาติ ทุกประเทศ

จดทะเบียนภายใต้กฎหมายไทย ขั้นตอน ดังนี้

1. ให้คนต่างชาติไปขอใบรับรองความเป็นโสดที่สถานทูตชาติของตนในไทย บางสถานทูตไม่มีสิทธิ์ออกให้ต้องติดต่อสำนักงานเขตในประเทศของตน

2. นำเอกสารดังกล่าวไปแปลเป็นภาษาไทย

3. นำมารับรองที่กองสัญชาติและนิติกรโดยนำเอกสารต้นฉบับ (ภาษาต่างประเทศ) และฉบับที่แปลแล้ว (ภาษาไทย)

4. หนังสือเดินทางของชาวต่างชาติ

5. นำไปจดทะเบียนที่อำเภอหรือเขต

 เอกสารประกอบการยื่นสำหรับคนต่างชาติ

1. หนังสือเดินทางหรือหนังสือการอนุญาตให้เข้าเขตแดนของประเทศใด ประเทศหนึ่ง (Visa)

2. ประเภทเพื่อการท่องเที่ยวหรือประกอบกิจการด้านธุรกิจ

3. หนังสือรับรองสถานภาพของบุคคลจากสถานทูตหรือสถานกงสุล โดยระบุเกี่ยวกับคุณสมบัติของบุคคลนั้นที่เหมาะสมที่จะสมรสกับคนไทย ระบุอาชีพ รายได้ ภาวะทางการสมรส และระบุชื่อบุคคลทางราชการที่สามารถติดต่อและขอทราบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ จำนวน 2 คน ซึ่งมีที่อยู่เดียวกับผู้ร้องโดยนำหนังสือรับรองดังกล่าว แปลเป็นภาษไทยรับรองคำแปลโดยสถานทูตของประเทศของบุคคลนั้นหรือกระทรวงการ ต่างประเทศไทย

การแบ่งสินสมรสกับสามีชาวต่างชาติ

แม่ แฟนแต่งงานและจดเทียนสมรสกับแฟนฝรั่งมาประมาณ 2-3 ปี แม่ก็ไปอยู่กับแฟนที่อังกฤษ เห็นช่วงแรกก็ไม่มีอะไร แต่ช่วงหลังมา แฟนเค้าเกิดอาการระแวงแม่อย่างหนัก ล่าสุดแม่กลับมาช่วงก่อนปีใหม่ แฟนเค้าก็หาเรื่องแม่ว่าแม่นัดกับผู้ชายคนอื่นอยู่ที่เมืองไทยและก็ทะเลาะ กันเป็นเรื่องใหญ่ และเค้าฟ้องหย่าแม่ และจะให้แม่เอาบ้านชื่อแม่ ให้แม่เอาไปจำนองเพื่อจะเอาเงินคืนเพราะเค้าเพิ่งให้เงินแม่มา เพื่อโปะค่าบ้านหมดเลย แต่บ้านหลังนั้น เป็นชื่อแม่และแม่ซื้อมาก่อนหน้าจะแต่งงานกับฝรั่งคนนี้อีก อยากถามว่า ถ้าเกิดฝรั่งคนนี้ฟ้องแม่ และจะเอาเงินที่ให้คืน (แต่แม่จ่ายเงินค่าบ้านไปหมดแล้ว) จะทำได้ไหม และบ้านนั้นถือว่าเป็นสินสมรสร่วมกันหรือเปล่า

คำแนะนำสำนักงานทนายความ ทนายคลายทุกข์

เมื่อ บ้านหลังดังกล่าว เป็นทรัพย์สินที่แม่มีอยู่ก่อนสมรส บ้านหลังนี้จึงย่อมเป็นสินส่วนตัวของแม่ และมีอำนาจเป็นผู้จัดการแต่ผู้เดียว ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1471 (1), มาตรา 1473 ส่วนจำนวนเงินที่แฟนของแม่ให้มาโปะหนี้จำนองของแม่แก่ธนาคารทั้งหมด ย่อมเป็นทรัพย์สินที่มีในระหว่างสมรส เงินจำนวนนี้จึงเป็นสินสมรสระหว่างแม่กับแฟน และถือว่าเป็นสินสมรสที่แม่จำหน่ายไปเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียว กฎหมายให้ถือเสมือนว่า เงินจำนวนนี้ ยังคงมีอยู่เพื่อจัดแบ่งสินสมรสให้แก่แม่และแฟนได้ส่วนเท่ากันเมื่อหย่ากัน นั้น ตามป.พ.พ. มาตรา 1533, 1534 และถ้าแฟนแม่ได้รับส่วนแบ่งสินสมรสไม่ครบตามจำนวนที่ควรจะได้ ให้แม่ซึ่งเป็นคู่สมรสที่ได้รับประโยชน์จากเงินโปะนั้นโดยกฎหมายถือว่าเป็น การจำหน่าย ซึ่งสินสมรสนั้นชดใช้จากสินสมรสส่วนของตนหรือสินส่วนตัวของแม่นั้นตัวบท กฎหมายอ้างอิง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดย

          มาตรา 1473 สินส่วนตัวได้แก่ทรัพย์สิน (1) ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอยู่ก่อนสมรส

          มาตรา 1473 สินส่วนตัวของคู่สมรสฝ่ายใดให้ฝ่ายนั้นเป็นผู้จัดการ

          มาตรา 1533 เมื่อหย่ากันให้แบ่งสินสมรสให้ชายและหญิงได้ส่วนเท่ากัน

หมายเหตุ

          มาตรา 1534 สินสมรสที่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจำหน่ายไปเพื่อประโยชน์ตน ฝ่ายเดียวก็ดี จำหน่ายไปโดยเจตนาทำให้คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งเสียหายก็ดี จำหน่ายไปโดยมิได้รับความยินยอมของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งในกรณีที่กฎหมาย บังคับว่าการจำหน่ายนั้นจะต้องได้รับความยินยอมของอีกฝ่ายหนึ่งด้วยก็ดี จงใจทำลายให้สูญหายไปก็ดี ให้ถือเสมือนว่าทรัพย์สินนั้นยังคงมีอยู่เพื่อจัดแบ่งสินสมรสตามมาตรา 1533 และถ้าคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งได้รับส่วนแบ่งสินสมรสไม่ครบตามจำนวนที่ควรจะได้ ให้คู่สมรสฝ่ายที่ได้จำหน่ายหรือจงใจทำลายสินสมรสนั้นชดใช้จากสินสมรสส่วน ของตนหรือสินส่วนตัว

บริการแปลเอกสาร

รับแปลเอกสาร แปลภาษา แปลงานด่วน ทุกประเภทตั้งแต่ เอกสารราชการ เอกสารวิชาการ เอกสารธุรกิจเอกสารการศึกษา ใบสำคัญ สัญญา ใบรับรอง คู่มือ พร้อมประทับตรารับรองบริการอย่างมืออาชีพ …บริการทุกระดับ .. คุณภาพและราคา มั่นใจได้ด้วยประสบการณ์ด้านการแปล ในหลากหลายสาขาวิชาชีพและในหลากหลายรูปแบบงานเขียน เช่น

cmt-translation

บทคัดย่อ (Abstract)

บทความวิจัย (Research Paper)

วิทยานิพนธ์ (Thesis)

เรียงความ/แต่ง/เรียบเรียง (Essay)

สัญญา ข้อตกลง (Agreement)

คู่มือคุณภาพ (Quality Manual)

คู่มือการใช้งานผู้ใช้ (Operation Manual)

ประวัติบริษัท (Company Profile)

งบการเงิน (Financial Statement)

งบดุล (Balance Sheet)

หนังสือมอบอำนาจ (Letter of Power)

หนังสือรับรองบริษัท (Certificate)

หนังสือบริคณห์สนธิ (Memorandum of Association)

ข้อบังคับบริษัท(Articles of Association)

วัตถุประสงค์การจัดตั้งบริษัท (Objectives)

บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (List of Shareholders)

รายงานประจำปี (Annual Report)

รายงานการประชุม (Meeting’s Minutes)

ใบแสดงผลการเรียน (Official Transcript Record)

จดหมายสมัครงาน (Resume)

บัตรประชาชน (Identity Card)

ทะเบียนบ้าน (House Registration)

สูติบัตร/ใบสมรส/ใบหย่า (Birth/Marriage/Divorce Certificate)

หนังสือรับรองสถานะภาพโสด/แต่งงาน/ตาย

เนื้อหาเวปไซต์ (Website Content)

และอื่น ๆ

แปลเอกสารเชียงใหม่