❤️ขอแสดงความยินดี และขอขอบคุณ
กับคู่สมรสชาว #ชาวฟิลิปปินส์ #Filipino🇵🇭 และ #ชาวบริติช #british 🇬🇧 ที่ใช้บริการแปลเอกสารและดำเนินการจดทะเบียนสมรสกับทางบริษัทเชียงใหม่ ทรานสเลชั่นเซอร์วิส ด้วยนะครับ❤️
💍wishing you both love and happiness💍
*ที่ไหนจดทะเบียนสมรสไม่ได้ทางบริษัทเราสามารถดำเนินการให้ได้ครับ*
❤️สนใจดำเนินการจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างติดต่อบริษัทเราได้ครับ ❤️
#รับแปลเอกสาร
#จดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ
#รับแปลเอกสารเชียงใหม่
#รับจดทะเบียนสมรสชาวต่างชาติ
#รับทำวีซ่า #รับทำใบขับขี่สากล
#เชียงใหม่แปลภาษา
#เชียงใหม่ทรานสเลชั่นเซอร์วิส
#chiangmaitranslationservice
#MarriageRegistration
#Translation
Author: CMT Chiang Mai Translation Service
จดทะเบียนสมรส คู่สมรสชาวไทยและลักเซมเบิร์ก
❤️ขอแสดงความยินดี และขอขอบคุณ
กับคู่สมรสชาว #ชาวไทย #thai 🇹🇭 และ #ชาวลักเซมเบิร์ก #luxembourgish 🇱🇺 ที่ใช้บริการแปลเอกสารและดำเนินการจดทะเบียนสมรสกับทางบริษัทเชียงใหม่ ทรานสเลชั่นเซอร์วิส ด้วยนะครับ❤️
💍wishing you both love and happiness💍
*ที่ไหนจดทะเบียนสมรสไม่ได้ทางบริษัทเราสามารถดำเนินการให้ได้ครับ*
❤️สนใจดำเนินการจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างติดต่อบริษัทเราได้ครับ ❤️
#รับแปลเอกสาร
#จดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ
#รับแปลเอกสารเชียงใหม่
#รับจดทะเบียนสมรสชาวต่างชาติ
#รับทำวีซ่า #รับทำใบขับขี่สากล
#เชียงใหม่แปลภาษา
#เชียงใหม่ทรานสเลชั่นเซอร์วิส
#chiangmaitranslationservice
#MarriageRegistration
#Translation
จดทะเบียนสมรส คู่สมรสชาวอเมริกาและชาวไทย
❤️ขอแสดงความยินดี และขอขอบคุณ
กับคู่สมรสชาว #ชาวอเมริกา #American 🇺🇸 และ #ชาวไทย #Thailand 🇹🇭 ที่ใช้บริการแปลเอกสารและดำเนินการจดทะเบียนสมรสกับทางบริษัทเชียงใหม่ ทรานสเลชั่นเซอร์วิส ด้วยนะครับ❤️
💍wishing you both love and happiness💍
*ที่ไหนจดทะเบียนสมรสไม่ได้ทางบริษัทเราสามารถดำเนินการให้ได้ครับ*
❤️สนใจดำเนินการจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างติดต่อบริษัทเราได้ครับ ❤️
#รับแปลเอกสาร
#จดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ
#รับแปลเอกสารเชียงใหม่
#รับจดทะเบียนสมรสชาวต่างชาติ
#รับทำวีซ่า #รับทำใบขับขี่สากล
#เชียงใหม่แปลภาษา
#เชียงใหม่ทรานสเลชั่นเซอร์วิส
#chiangmaitranslationservice
#MarriageRegistration
#Translation
จดทะเบียนสมรส ชาวต่างชาติ คู่สมรสชาวตุรกี และ ชาวไทย
❤️ขอแสดงความยินดี และขอขอบคุณ
กับคู่สมรสชาว #ชาวตุรกี #Turkey 🇹🇷 และ #ชาวไทย #Thailand 🇹🇭 ที่ใช้บริการแปลเอกสารและดำเนินการจดทะเบียนสมรสกับทางบริษัทเชียงใหม่ ทรานสเลชั่นเซอร์วิส ด้วยนะครับ❤️
💍wishing you both love and happiness💍
*ที่ไหนจดทะเบียนสมรสไม่ได้ทางบริษัทเราสามารถดำเนินการให้ได้ครับ*
❤️สนใจดำเนินการจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างติดต่อบริษัทเราได้ครับ ❤️
#รับแปลเอกสาร
#จดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ
#รับแปลเอกสารเชียงใหม่
#รับจดทะเบียนสมรสชาวต่างชาติ
#รับทำวีซ่า #รับทำใบขับขี่สากล
#เชียงใหม่แปลภาษา
#เชียงใหม่ทรานสเลชั่นเซอร์วิส
#chiangmaitranslationservice
#MarriageRegistration
#Translation
วีซ่าเกษียณอายุ
ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีชาวต่างชาติเข้ามาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่เหมาะแก่การพักผ่อน และท่องเทียวเพราะมีธรรมชาติและบรรยากาศที่สวยงาม ดังนั้นหากท่านเป็นคนหนึ่งที่มีแผนที่จะ มาพักผ่อนและท่องเที่ยวในประเทศไทย และมีอายุ 50 ปี ขึ้นไป ท่านสามารถจะขอวีซ่า เกษียณอายุในประเทศไทยได้ และจะได้รับ วีซ่าเกษียณอายุ ที่จะอยู่ในประเทศไทยได้ เป็นเวลา 1 ปี
วีซ่าเกษียณอายุ
วีซ่า เกษียณอายุ สำหรับชาวต่างด้าวที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป และต้องการอาศัยอยู่ใน ประเทศไทย ท่านต้องแสดงหลักฐานทางการเงิน คือเงินฝากในบัญชีออมทรัพย์ หรือบัญชีเงินฝากประจำไม่น้อย กว่า 800,000 บาท หรือมีเงินไม่น้อยกว่าเดือน 65,000 บาท โดยเงินได้ 12 เดือน รวมกันไม่น้อยกว่า 800,000 บาท เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณา โดยสามารถยื่นเอกสารเพื่อขอวีซ่าแบบชีวิตบั้นปลายนี้ได้ที่สำนักงานตำรวจ ตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งระยะเวลาการอนุญาตจะเป็นแบบ 1 ปี ผู้ที่มีวีซ่าแบบ Multiple Non-Immigrant Visa ไม่ต้องทำ Re-Entry เพราะเมื่อท่าน เดินทางออกนอกประเทศ ท่านจะได้รับการอนุญาตให้เข้ามาใหม่ เป็นเวลา 90 วัน ในกรณีที่ชาวต่างด้าว ต้องการเดินทางออกนอกประเทศไทย จะต้องทำ Re-Entry มิฉะนั้นแล้ว Non-Immigrant Visa “B” ที่ท่านมีจะไม่สามารถใช้ได้อีก ต่อไป วีซ่าของท่านจะกลายเป็น Tourist Visa หรือ Transit Visa
บริการเดินเรื่องขอใบอนุญาตขับขี่สากล
บริการเดินเรื่องขอใบอนุญาตขับขี่สากล (International Driving Permit) จากกรมการขนส่งทางบก ให้บริการลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ
ใบอนุญาตขับขี่สากล (อังกฤษ: International Driving Permit (IDP)) เป็นเอกสารที่ยอมรับในหลายประเทศที่อนุญาตให้ผู้ถือขับรถยนต์ได้ ใบอนุญาตขับขี่สากลต้องใช้ร่วมกับใบอนุญาตขับขี่จาก ประเทศบ้านเกิดเท่านั้น ใบอนุญาตขับขี่สากลมีขนาดใหญ่กว่าหนังสือเดินทางเล็กน้อยและมีคำแปลหลายภาษา มีภาพผู้ถือใบอนุญาต และสถิติที่สำคัญ อย่างไรก็ดี ในประเทศส่วนใหญ่ ผู้มาเยือนชั่วคราวไม่จำเป็นต้องใช้ใบอนุญาตขับขี่สากลเพราะว่าใบอนุญาตขับ ขี่จากประเทศต้นทางมักจะสามารถใช้ได้ในประเทศปลายทางอยู่แล้ว การใช้ก็เหมือนกับใบขับขี่ธรรมดาในประเทศ เพียงแต่เวลาเราไปขับรถยนต์ที่ต่างประเทศนั้น ต้องใช้ใบขับขี่สากลนี้คู่กับหนังสือรับรองการได้รับอนุญาตขับรถยนต์ฉบับ ภาษาอังกฤษซึ่งอันนี้สามารถติดต่อขอทำได้พร้อมกับการขอทำใบขับขี่สากลโฮสต์

การขับรถในแต่ละประเทศอย่าลืมศึกษากฎจราจรเพิ่มเติมของประเทศนั้น เพราะแต่ละประเทศก็จะมีกฎเฉพาะแตกต่างกันออกไปอีก ควรศึกษาและทำความเข้าใจกฎของในประเทศเขา พร้อมทั้งตรวจสอบวิธีใช้รถก่อนการออกเดินทาง เส้นทางการเดินทางในแต่ละสถานที่ การขับรถบางประเทศใช้ พวงมาลัยซ้าย บางประเทศใช้พวงมาลัยขวา จึงต้องทำความเคยชิ้นให้ดี กฎหมายต่างประเทศเข้ม และกวดขันมาก
ฟ้องหย่า มีทนายผู้เชี่ยวชาญ
ฟ้องหย่า มีทนายผู้เชี่ยวชาญ
ฟ้องหย่า มีทนายผู้เชี่ยวชาญ
การแก้เหตุฟ้องหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1516 (1)
เรื่องของการฟ้องหย่า
โดยหลัก การหย่าโดยคำพิพากษาของศาล เป็นวิธีการหย่าเมื่อคู่สมรสไม่สามารถตกลงขอหย่าโดยความยินยอมได้ เหตุที่จะนำมาใช้ในการฟ้องหย่ามีกำหนดไว้ในมาตรา 1516 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มีอยู่ 10 เหตุ เป็นเหตุที่ผู้ร่างคัดเลือกมาแล้วว่าจะต้องมีสาเหตุกระทบถึงชีวิตครอบครัวของคู่สมรส อย่าร้ายแรงไม่เป็นเพียงลิ้นกระทบฟันธรรมดาทั่วไป
เหตุหย่าที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในครั้งนี้ตาม พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2550 ได้แก่ เหตุที่กำหนดไว้ในอนุมาตรา (1) ของมาตรา 1516 เป็นเหตุที่เกิดจากความผิดของคู่สมรสฝ่ายจำเลย ความผิดที่ว่านี้คือไม่ซื่อสัตย์ในประเวณีต่อคู่สมรสอีกฝ่าย กล่าวโดยรวมคือการเป็นชู้หรือมีชู้ (Adultery) ของสามมีหรือภรรยานั่นเองเป็นความผิดต่อระบบผัวเดียวเมียเดียวในกฎหมายครอบครัวไทย
วิวัฒนาการของเหตุฟ้องหย่าที่เกิดจากการผิดประเวณีของสามีภริยาที่กฎหมายนำมาบัญญัติเป็นเหตุฟ้องหย่า เริ่มต้นตั้งแต่การกำหนดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ประกาศใช้เป็นครั้งแรก
เมื่อปี พ.ศ. 2478 โดยมาตรา 1500 บัญญัติไว้ว่า
“คดีฟ้องหย่านั้นถ้า
(1) “…ภริยามีชู้ สามีฟ้องหย่าได้ …”
มีข้อสังเกตว่าเหตุหย่าในอนุมาตรานี้ เฉพาะสามีเท่านั้นที่มีสิทธิฟ้องหย่าได้ ภริยาไม่มีสิทธิเดียวกันนี้ แม้สามีจะมีชู้ (หรือเป็นชู้) กับหญิงอื่นก็ตาม ความไม่เท่าเทียมกันในเหตุฟ้องหย่าเหตุนี้ ฝ่ายเรียกร้องสิทธิสตรีรู้สึกและต่อสู้มาโดยตลอด
ต่อมาเมื่อได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยในปี พ.ศ. 2517 ซึ่งมาตรา 28 วรรคสองกำหนดให้ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกันจึงทำให้ห้าปีต่อมาหลังจากการกำหนดเหตุฟ้องหย่าดังกล่าวจึงได้มีการแก้ไขปรับปรุงเหตุฟ้องหย่าในมาตรา 1516 ความว่า
“เหตุฟ้องหย่ามีดังต่อไปนี้
(1) ”…สามีอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องหญิงอื่นฉันภริยา หรือภริยามีชู้ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้…”
การแก้ไขข้างต้นได้เปิดโอกาสให้ภริยามีสิทธิฟ้องหย่ามากขึ้นกว่าเดิมแต่ยังคงมีการแยกเหตุฟ้องหย่าของสามีและภริยาแตกต่างกัน กล่าวคือ หากภริยาร่วมประเวณีกับชายอื่นแม้แต่เพียงครั้งเดียว (มีชู้) ก็อาจถูกสามีฟ้องหย่าได้ แต่ฝ่ายสามีต้องมีพฤติการณ์ถึงขนาดอุปการะเลี้ยงดู หรือยกย่องหญิงอื่นอย่างเปิดเผยภรรยาจึงจะเกิดสิทธิในการฟ้อง
แต่การแก้ไขบรรพ 5 ต่อมาในปี พ.ศ. 2533 แม้จะยังมีกระแสเรียกร้องให้สิทธิหญิงเท่าเทียมกับชายแต่ก็ยังมิได้มีการแก้ไขปรับปรุงเหตุหย่าเป็นอย่างอื่น
จนกระทั่งมาถึงการแก้ไขกฎหมายครอบครัวครั้งล่าสุด ตาม พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2550 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2550 ได้แก้ไขเหตุฟ้องหย่าในมาตรา 1516 (1)ใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการมีสิทธิเท่าเทียมกันระหว่างชายกับหญิงที่ได้รับรองไว้ในวรรค 2 ของมาตรา 30 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 10) ในมาตา 1516 (1) บัญญัติว่า
“(1) สามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามี เป็นชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้”
อาจสรุปกฎหมายใหม่ได้เพิ่มเติมเหตุฟ้องหย่าขึ้นมาใหม่ในครั้งนี้ 3 เรื่องใหญ่ด้วยกัน คือ
1) การอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันสามี หรือภรรยา
การยกย่อง ได้แก้การแสดงออกของสามีภริยาไม่ว่าจะโดยชัดแจ้ง เช่นจดทะเบียนสมรสและอยู่กินด้วยกันอย่างเปิดเผย (ฎ.3596/2546) หรือโดยปริยายให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าว่าผู้นั้นเป็นคู่สมรสของตน
สำหรับเหตุที่คู่สมรส “ยกย่อง” ผู้อื่นนี้อาจพิจารณาแยกต่างหากจาก “การอุปการะเลี้ยงดู” ได้ กล่าวคือ แม้สามีจะไม่ได้อุปการะเลี้ยงดูหญิงนั้นในทางทรัพย์สิน แต่ยกย่องหญิงนั้นเสมือนภรรยาโดยพฤติการณ์ที่เป็นที่รับรู้ของคนทั่วไปแล้วย่อมใช้เป็นเหตุฟ้องหย่าได้
เทียบกับการอุปการะเลี้ยงดูในฐานะภริยาน้อยอย่างลับๆก็ถือเป็นเหตุฟ้องหย่าในกรณี “การอุปการะเลี้ยงดู” โดยที่หญิงที่ได้รับการเลี้ยงดูหรือได้รับการยกย่องไม่จำเป็นต้องรู้ข้อเท็จจริงที่ว่าฝ่ายชายมีภรรยาอยู่แล้ว ไม่ถือเป็นเงื่อนไขในการอ้างเหตุฟ้องหย่าในกรณีนี้ กฎหมายมุ่งให้ยึดพฤติกรรมของสามีเป็นหลัก
กล่าวโดยสรุป เป็นการสนับสนุนระบบผัวเดียวเมียเดียวในกฎหมายครอบครัว คู่สมรสมีหน้าที่ต้องซื่อสัตย์และอุปการะซึ่งกันและ จะไปอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นเป็นบุคคลอื่นนอกจากสามีหรือภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของตนไม่ได้ ไม่ว่าจะเพศตรงข้ามหรือเพศเดียวกันก็ล้วนแล้วแต่เป็นการผิดประเวณีของคู่สมรสทั้งสิ้น
2) เป็นชู้ หรือมีชู้
ข้อความในกฎหมายเดิมเขียนไว้แต่เพียง “ภริยามีชู้” แต่ข้อความที่แก้ไขใหม่ได้เขียนเพิ่มเป็น “เป็นชู้หรือมีชู้” เนื่องจากต้องการให้การทำผิดศีลธรรมในเรื่อง “ชู้” เป็นความผิดทั้งสิ้นไม่ว่าคนกระทำจะเป็นชายหรือหญิง
การที่ภริยามีชู้ หมายถึง สมัครใจร่วมประเวณีกับชายอื่น แม้ร่วมเพียงครั้งเดียวและชายอื่นจะมีภริยาแล้วหรือไม่ก็ถือว่ามีชู้ ส่วนสามีหากร่วมประเวณีกับภรรยาของผู้อื่นย่อมถือว่าเป็นชู้ซึ่งเป็นเหตุฟ้องหย่า แต่หากพฤติกรรมเหล่านั้นเกิดจากความไม่สมัครใจ ถูกข่มขืนกระทำชำเรา หรือถูกทำอนาจาร จะเรียกว่ามีชู้ไม่ได้ รวมทั้งกรณีที่สามีหรือภรรยาอีกฝ่ายหนึ่งยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้คู่สมรสของตนมีชู้หรือเป็นชู้จะอ้างเหตุดังกล่าวมาฟ้องหย่าอีกฝ่ายไม่ได้
3) สามี หรือภรรยาร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ
คำว่า ”ร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ” เป็นกรณีที่สามีหรือภรรยาไปร่วมประเวณีกับบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่คู่สมรสของตน ซึ่งจะต่างจากการเป็นชู้ หรือมีชู้ตรงที่ การร่วมประเวณีกับผู้อื่นนี้ไม่จำเป็นต้องมีข้อเท็จจริงที่แสดงถึงการร่วมประเวณีกับชายหรือหญิงคนเดิม แค่มีพฤติกรรมการร่วมประเวณีกับชายหรือหญิงอื่นที่ไม่ใช่คู่สมรสอยู่เสมอๆ เป็นประจำก็เพียงพอที่จะใช้เป็นเหตุฟ้องหย่า
นอกจากจะแก้ไขเหตุฟ้องหย่าแล้ว ยังได้มีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับ การกำหนดสิทธิเรียกร้องค่าทดแทน กรณีการฟ้องหย่าเนื่องจากคู่สมรสอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันสามีภริยาหรือสามี หรือเป็นชู้หรือมีชู้ ซึ่งเดิมกฎหมายเขียนไว้ว่า “เมื่อศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุสามีอุปการะหญิงอื่นหรือภริยามีชู้ ภริยาหรือสามีมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากสามีหรือภริยาและจากหญิงอื่นหรือชู้ แล้วแต่กรณี ….”
แต่กฎหมายที่แก้ไขใหม่เปลี่ยนเป็น ”เมื่อศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุสามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดู หรือยกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามี เป็นชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ ภริยาหรือสามีมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากสามีหรือภริยา และจากผู้ซึ่งได้รับการอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่อง หรือผู้ซึ่งเป็นเหตุแห่งการหย่านั้น”
คำว่า “ผู้ซึ่งเป็นเหตุแห่งการหย่า” นี้ หมายถึงผู้ใดบ้าง ก็ต้องย้อนกลับไปอ่านข้างบนอีกที จะเห็นว่าหมายถึง ผู้ที่เป็นชู้กับสามีหรือภริยาของผู้อื่น (ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้หย่าด้วยเหตุเป็นชู้ หรือมีชู้) หรือผู้ซึ่งร่วมประเวณีกับสามีหรือภริยาของผู้อื่น (กรณีศาลพิพากษาให้หย่าด้วยเหตุการร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ)
ในส่วนของกฎหมายที่แก้ไขมาใหม่นี้ยังคงมีปัญหาที่ต้องขบคิดต่อไปว่า ผู้ที่เข้ามาร่วมประเวณี เป็นชู้ หรือได้รับการอุปการะเลี้ยงดู หรือยกย่องเสมือนสามีหรือภรรยา ซึ่งเป็นเหตุแห่งการหย่านั้น จำเป็นที่จะต้องรู้ว่าตนเป็นเหตุแห่งการหย่าหรือไม่ จะถือเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ภริยาหรือสามีที่ศาลพิพากษาให้หย่ามีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากบุคคลดังกล่าวหรือไม่ ในส่วนนี้กฎหมายที่แก้ไขใหม่ไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจน
กล่าวโดยสรุปแล้ว จากความคิดพื้นฐานที่ว่า ชาย-หญิง ควรได้รับการปฏิบัติในเรื่องต่างๆอย่างเท่าเทียมกัน นำมาสู่การแก้ไขพัฒนากฎหมายให้สอดคล้องกับทั้งความคิด ค่านิยม และพฤติกรรมของคนในสังคมการแก้ไขเหตุหย่าในกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นี้ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงการอนุวัฒน์ตามความเห็น มุมมอง และทัศนคติของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
รับเปลี่ยนวีซ่าท่องเที่ยวเป็นวีซ่าติดตามภรรยาไทย
รับปรึกษา รับเปลี่ยนวีซ่าท่องเที่ยวเป็นวีซ่าติดตามภรรยาไทย วีซ่าสำหรับชาวต่างชาติที่มีภรรยาชาวไทย
สำหรับผู้ที่มีความประสงค์ต้องการเปลี่ยนวีซ่าท่องเที่ยวเป็นวีซ่าติดตามภรรยาไทย ทางเราสามารถให้บริการช่วยเหลือให้คำปรึกษาในการเปลี่ยนวีซ่าท่องเที่ยวเป็นวีซ่าติดตามภรรยาไทย เพื่อเพิ่มความสะดวกและประหยัดเวลาในการเตรียมเอกสารและข้อมูลต่าง ๆ ตามที่ทางสถานกงศุลหรือสถานทูตต้องการ
รับปรึกษา ท่องเที่ยวเป็นวีซ่าติดตามภรรยาไทย
การตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant Visa)

1. การตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว รหัส O (Non-Immigrant Visa “O”)
การตรวจลงตราประเภทนี้จะออกให้แก่คนต่างด้าวที่ประสงค์จะเดินทางเข้ามาในราช อาณาจักรเพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง อาทิ การเข้ามาใช้ชีวิตในบั้นปลายในฐานะผู้สูงอายุ การเข้ามาในฐานะคู่สมรส หรือการให้ความ
อุปการะแก่หรือรับความอุปการะจากบุคคลสัญชาติไทย การปฏิบัติหน้าที่ให้แก่รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การกุศลสาธารณะ เป็นต้น
1.1 การเข้ามาเพื่อใช้ชีวิตในฐานะผู้สูงอายุ (รหัส O)
ผู้ร้องต้องมีอายุตั้งแต่ 50 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ระบุวัตถุประสงค์ว่าจะขอเข้ามาใช้ชีวิตในฐานะผู้สูงอายุ
หรือเกษียณ และจะไม่ทำงานในระหว่างพำนักในไทย
หลักฐานแสดงฐานะทางการเงินหรือหลักฐานการได้รับเงินบำนาญ
(ต้องมีเงินฝากไม่น้อยกว่า 200,000 บาท หรือมีรายได้/บำนาญไม่น้อยกว่าเดือนละ 65,000 บาท)
หมายเหตุ
เมื่อคนต่างด้าวเดินทางเข้าประเทศไทย เจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะพิจารณา
อนุญาตให้พำนักอยู่ในราชอาณาจักรได้ไม่ เกิน 90 วัน การขยายระยะเวลาพำนัก จะต้องติดต่อ
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
หากเป็นการขอขยายระยะเวลาพำนักระยะยาว คือ 1 ปี สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะพิจารณาโดยใช้หลักเกณฑ์การเข้าเมืองของคนต่างด้าว ซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่า 50 ปีบริบูรณ์ ซึ่งประสงค์จะขอรับการตรวจลงตราเพื่อเข้ามาพำนักในราชอาณาจักรคราวละไม่เกิน 1 ปี รหัส O-A โดยใช้หลักเกณฑ์ว่าผู้ร้องต้องมีหลักทรัพย์เป็นเงินฝาก 800,000 บาท หรือมีรายได้/บำนาญเดือนละ 65,000 บาท หรือมีเงินฝากและรายได้รวมกันไม่น้อยกว่า 800,000 บาท)
1.2 หลักฐานการเป็นบิดา มารดา บุตร / สูติบัตร / ใบสำคัญการสมรส
1.3 หนังสือรับรองการทำงาน ใบอนุญาตทำงานที่ยังมีอายุใช้งาน ของผู้ที่ทำงานในประเทศไทย (กรณีติดตามคู่สมรสที่เป็นคนต่างด้าว)
1.4 หลักฐานแสดงว่าคู่สมรสเป็นคนสัญชาติไทย หรือเป็นผู้ที่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร หลักฐานแสดงฐานะทางการเงิน (กรณีติดตามครอบครัวที่เป็นคนสัญชาติไทย)
2. การตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว รหัส B (Non-Immigrant Visa “B”)
2.1 การติดต่อหรือประกอบธุรกิจ และการทำงาน
หนังสือกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน แจ้งผลการพิจารณาอนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามา
ทำงานในบริษัทฯ ที่ขอได้
หนังสือจากบริษัทในประเทศไทยที่จะจ้างงานบุคคลต่างด้าวดังกล่าวชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการ
จ้างงาน พร้อมทั้งแนบเอกสารของบริษัท เช่น ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนบริษัท
หนังสือรับรองการทำงานของบริษัทที่ผู้ร้องทำงานอยู่ รวมทั้งระบุวัตถุประสงค์ของการเดินทางไป
ประเทศไทย ชื่อบริษัท ห้างร้าน หรือหน่วยงานที่จะไปติดต่อ
หนังสือเชิญของบริษัทในประเทศไทยให้ผู้ร้องเดินทางไปประเทศไทยเพื่อติดต่อธุรกิจ
2.2 ครู / อาจารย์ในสถาบันการศึกษาเอกชน
หนังสือตอบรับการจ้างจากสถาบันการศึกษา
หนังสืออนุมัติให้จ้างบุคคลดังกล่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช) หรือจากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ส่วนภูมิภาค)
บริการรับ / ส่งเอกสารนอกสถานที่
รับปรึกษาทำพาสปอร์ต / วีซ่าทุกประเทศ
รับปรึกษาทำพาสปอร์ต / วีซ่าทุกประเทศ ทางเราให้บริการเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือการขอทำ Passport และ Visa มาเป็นเวลานานในภูมิภาคนี้ มีลูกค้าและหน่วยงานจำนวนมากที่เชื่อมั่นในบริการแบบมือาชีพของเรา
วีซ่าแบบ 1 ปี (LONG TERM VISA 1 YEAR)
++ กรณีที่คนต่างด้าวได้ดำเนินการขอวีซ่า Non Immigrant “ B “ มาแล้ว และดำเนินการขอใบอนุญาตการทำงาน (Work Permit) เรียบร้อยแล้ว เมื่อใกล้ครบกำหนดการอนุญาตในวีซ่า คนต่างด้าวต้องยื่นเอกสาร เพื่อขออยู่ต่อในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไป เป็นระยะเวลา 1 ปี หรือเรียกว่า Long Term Visa 1 Year กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือที่ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน (One Stop Service) ซึ่งสะดวกรวดเร็วมากใช้เวลาประมาณ 1 วัน แต่ทั้งนี้บุคคลที่จะยื่นเอกสารที่ One Stop Service ได้นั้นต้องมีคุณสมบัติเฉพาะตามที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขของ One Stop Service ในการขอต่ออายุวีซ่า โดยปกติครั้งแรกเจ้าหน้าที่จะอนุญาตให้ 30 วันก่อนเพื่อรอฟังผลการพิจารณาว่าจะอนุมัติหรือไม่ เมื่อใกล้ครบกำหนดการนัดฟังผล ให้นำหนังสือเดินทางไปฟังผลการพิจารณาที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ถ้าผลการพิจารณาเสร็จสิ้นแล้วจะอนุญาตให้ 1 ปี หรือน้อยกว่าขึ้นอยู่กับการพิจารณาอนุญาต แต่ถ้าผลการพิจารณายังไม่เสร็จก็จะอนุญาตต่อให้อีก จนกว่าผลการพิจารณาจะแล้วเสร็จ
สำหรับต่างด้าวที่ได้รับการอนุญาตให้อยู่ต่อและได้รับวีซ่าแบบ 1 ปี หากอยู่ในประเทศไทยติดต่อกันเกิน 90 วัน จะต้องยื่นแบบฯรายงานตัวต่อสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองด้วย ซึ่งสามารถแจ้งได้ด้วยตนเอง ส่งทางไปรษณีย์ หรือมอบอำนาจให้คนอื่นแจ้งแทนก็ได้
++ ในกรณีที่คนต่างด้าวต้องการเดินทางออกนอกประเทศ จะต้องทำ Re – Entry ด้วย มิฉะนั้นแล้ว Non – Immigrant “B” ที่ได้รับจะไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป วีซ่าของเมื่อบินกลับเข้ามาประเทศไทย วีซ่าที่ได้รับจะใช้ไม่ได้ และกลายเป็นการเข้ามาแบบเป็น Tourist Visa หรือ Transit Visa หรือ ผ.30
วีซ่าแบบชีวิตบั้นปลาย (RETIREMENT VISA)
วีซ่าแบบชีวิตบั้นปลาย หรือวีซ่าเกษียณอายุ สำหรับบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป และต้องการอาศัยอยู่ในประเทศไทย ท่านต้องแสดงหลักฐานทางการเงิน คือ เงินฝากในบัญชีออมทรัพย์ไม่น้อยกว่า 800,000 บาท หรือหลักฐานการรับเงินบำนาญ หรือเงินเกษียณอายุเดือนละไม่น้อยกว่า 65,000 บาท หรือมีทั้งบัญชีเงินฝากและเงินบำนาญรวมกันทั้งปี ไม่น้อยกว่า 800,000 บาท เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณา แต่ทั้งนี้วีซ่าของท่านจะต้องเป็นแบบ Non-Immigrant ก่อน ซึ่งโดยทั่วไปประเภทวีซ่าจะเป็นแบบ Non-O จึงจะสามารถยื่นขอวีซ่าแบบชีวิตบั้นปลายได้ ท่านสามารถยื่นเอกสารเพื่อขอวีซ่าแบบชีวิตบั้นปลายนี้ได้ ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งระยะเวลาการอนุญาตจะเป็นแบบครั้งละ 1 ปี
แต่หากท่านประสงค์จะเปลี่ยนประเภทของการตรวจลงตราวีซ่าจาก ผ.30 หรือ Tourinst เป็น Non-O สามารถยื่นเปลี่ยนประเภทของวีซ่าได้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แต่ทั้งนี้การพิจารณาอนุมัติหรือไมม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่
วีซ่าประเภทธุรกิจ (NON – IMMIGRANT VISA )
NON – IMMIGRANT VISA จะมีหลายประเภท วีซ่าที่มักนำมาใช้ประกอบในการยื่นขอใบอนุญาตการทำงานงานในประเทศไทย เช่น วีซ่าประเภทธุรกิจ (B) และวีซ่าครอบครัว ,วีซ่าแต่งงาน (O) ส่วนใหญ่คนต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยจะถือวีซ่านักท่องเที่ยวหรือวีซ่าผู้เดินทางผ่าน (Tourist Visa / Transit Visa/W.30) ซึ่งวีซ่าไม่สามารถนำไปขอใบอนุญาตการทำงานได้ จะต้องเปลี่ยนประเภทวีซ่าเสียก่อน ดังนั้นวีซ่าที่จะใช้ขอใบอนุญาตการทำงานได้ คือวีซ่า Non – Immigrant “B” หรือ “O” ซึ่ง NOn-Immigrant “B” จะดำเนินการขอได้ 3 วิธี
วิธีที่หนึ่ง บริษัทที่ประสงค์จะจ้างคนต่างด้าว ทำจดหมายรับรองการจ้างงานพร้อมเอกสารแนบให้คนต่างด้าวนำไปยื่นต่อสถานทูตไทยในต่างประเทศ ควรจะเป็นประเทศในถิ่นกำเนิดของคนต่างด้าวจะดีที่สุด เพื่อที่จะขอวีซ่า Non – Immigrant “B” มาขอใบอนุญาตทำงานต่อไป วีซ่า Non-immigrant B ที่จะไปขอแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ Multiple B ( 1 ปี แต่แบ่งออกเป็นครั้งละ 90 วัน จะได้ 90 วัน ทุกครั้งที่บินออกไป) และ Single B (90 วัน) ขึ้นอยู่กับความต้องการของคนต่างด้าวและการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ว่าจะอนุมัติวีซ่าประเภทไหน
วิธีที่สอง บริษัทที่จะจ้างคนต่างด้าว ทำเอกสารการจ้างงานพร้อมเอกสารแนบ ยื่นต่อแรงงานฯ เพื่อขออนุมัติตำแหน่งจากแรงงานฯก่อน เมื่อแรงงานฯมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอนุญาต ให้นายจ้างส่งหนังสือแจ้งดังกล่าวพร้อมหลักฐานประกอบการพิจารณา ไปให้คนต่างด้าวเพื่อยื่นต่อสถานทูตไทยในต่างประเทศเพื่อขอวีซ่า Non – Immigrant “B” และคนต่างด้าวต้องนำวีซ่าที่ได้รับอนุมัติมายื่นต่อแรงงานฯ ภายใน 30 วัน นับจากวันที่มีการรับเอกสารไปจากแรงงานฯ เพื่อขอใบอนุญาตทำงาน
วิธีที่สาม การปลี่ยนประเภทของวีซ่าที่ประเทศไทย วิธีการที่คนต่างด้าวสามารถขอเปลี่ยนประเภทของวีซ่าจากนักท่องเที่ยว หรือวีซ่า ผ.30 เป็นวีซ่า Non-B หรือ Non-O โดยการเตรียมเอกสารประกอบการเปลี่ยนประเภทของวีซ่าไปยื่นที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซอยสวนพลู แล้วนำวีซ่าที่ได้ไปยื่นขอใบอนุญาตทำงาน หรือยื่นขออยู่ต่อแบบอื่นต่อไป
ข้อควรทราบเพิ่มเติม
การเปลี่ยนประเภทวีซ่า (Visa Status Alteration)
คนต่างด้าวที่ถือวีซ่าประเภทอื่นที่มิใช่ Non- Immigrant Visa เช่น Tourist , W.30 หรือ Transit และมีความประสงค์จะเปลี่ยนประเภทของวีซ่า เพื่อขออยู่ต่อในประเทศไทย เพื่อวัตถุประสงค์อื่น เช่น เพื่อการลงทุน การทำงาน การแต่งงาน การใช้ชีวิตบั้นปลายในเมืองไทย เป็นต้น มีข้อควรทราบเกี่ยวกับการยื่นเปลี่ยนประเภทของวีซ่าดังนี้
1.Tourist Visa โดยปกติวีซ่าประเภทนี้ เมื่อเดินทางเข้ามาในประเทศไทย จะสามารถอาศัยอยู่ในประเทศไทยได้ 60- 90 วัน นับตั้งแต่วันที่เดินทางเข้ามา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและข้อตกลงของแต่ละประเทศว่าจะอนุญาตได้ครั้งละกี่วัน หากคนต่างด้าวนั้นมีความประสงค์ที่จะขอเปลี่ยนประเภทของวีซ่าเป็น Non- Immigrant จะต้องดำเนินการเปลี่ยนประเภทวีซ่า ก่อนที่วีซ่าจะหมดอายุ และต้องเหลือไม่น้อยกว่า 21 วัน ณ วันที่ยื่นคำขอ
2.Transit Visa เรียกว่าวีซ่าเดินทางผ่าน จะสามารถอาศัยอยู่ในประเทศไทยได้ 15 – 30 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและข้อตกลงของแต่ละประเทศว่าจะอนุญาตได้ครั้งละกี่วัน หากคนต่างด้าวนั้นมีความประสงค์ที่จะขอเปลี่ยนประเภทของวีซ่าเป็น Non- Immigrant จะต้องดำเนินการเปลี่ยนประเภทวีซ่า ก่อนที่วีซ่าจะหมดอายุ และต้องเหลือไม่น้อยกว่า 21 วัน ณ วันที่ยื่นคำขอ
3. ผ.30 ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรง โดยทางเจ้าหน้าที่ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะประทับวีซ่าให้ตอนที่เข้ามาถึงสนามบิน (สำหรับบางสัญชาติเท่านั้น) จะอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยได้คราวละ 30 วัน หากคนต่างด้าวนั้นมีความประสงค์ที่จะขอเปลี่ยนประเภทของวีซ่าเป็น Non- Immigrant จะต้องดำเนินการเปลี่ยนประเภทวีซ่า ก่อนที่วีซ่าจะหมดอายุ และต้องเหลือไม่น้อยกว่า 21 วัน ณ วันที่ยื่นคำขอ
เมื่อยื่นเอกสารการขอเปลี่ยนประเภทของวีซ่า จอต้องรอฟังผลการพิจารณาประมาณ 21 วัน เมื่อได้รับอนุมัติจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้เปลี่ยนประเภทวีซ่า ต่างด้าวจะได้รับอนุมัติให้อยู่ในประเทศไทยได้ 90 วัน
การแจ้งความประสงค์จะเดินทางออกไปต่างประเทศและกลับเข้ามาในราชอาณาจักรอีก (Re-Entry Permit)
คนต่างด้าวที่ได้รับวีซ่าแบบ Non-Immigrant – Single หรือได้รับวีซ่าอนุญาตให้อยู่ต่อจาก สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแล้ว หากประสงค์การเดินทางไปต่างประเทศและกลับเข้ามาในราชอาณาจักรอีกโดยยังรักษาสภาพ Non-immigrant Visa ที่ได้รับไว้เหมือนเดิม เมื่อท่านประสงค์จะเดินทางออกนอกประเทศไทย ท่านต้องทำ Re – Entry Permit ซึ่งมี 2 แบบ
1. Single Re – Entry คือท่านต้องขออนุญาตทุกครั้งก่อนเดินทางออกนอกประเทศ เป็นการยื่น 1 ครั้งต่อการเดินทาง 1 ครั้ง เหมาะกับผู้ที่ไม่ค่อยจะได้เดินทางออกนอกประเทศ หรือมีวีซ่าระยะสั้นในช่วงการรอฟังผลการพิจารณาวีซ่า ค่าธรรมเนียม 1,000 บาทต่อครั้ง
2. Multiple Re – Entry คือการขออนุญาตครั้งเดียว แต่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้หลายครั้งตามระยะเวลาเท่ากับวีซ่าที่มีอยู่ เหมาะกับผู้ที่ต้องเดินทางออกนอกประเทศบ่อยๆ หรือมีวีซ่าระยะยาว หรือ ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยแบบ 1 ปี ค่าธรรมเนียม 3,800 บาท ต่อครั้ง
++ ผู้ที่มีวีซ่าแบบ Non – immigrant visa – Multiple ไม่ต้องทำ Re – Entry (แต่ถ้าเป็นNon – immigrant visa – Single ต้องทำ) เพราะเมื่อท่านเดินทางออกนอกประเทศท่านจะได้รับวีซ่าอนุญาตให้เข้ามาใหม่ เป็นเวลา 90 วันอีก จนใกล้ครบ 12 เดือน ท่านต้องยื่นขออยู่ต่อ ณ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและท่านต้องมีใบอนุญาตการทำงานประกอบการยื่นด้วย
++ ในกรณีที่ท่านต้องการเดินทางออกนอกประเทศไทย ท่านต้องทำ Re – Entry มิฉะนั้นแล้ว Non- Immigrant “B” ที่ท่านมีจะไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป วีซ่าของท่านจะกลายเป็น Tourist visa หรือ ผ. 30 หรือ Transit visa
















