รับปรึกษาทำพาสปอร์ต / วีซ่าทุกประเทศ

รับปรึกษาทำพาสปอร์ต / วีซ่าทุกประเทศ ทางเราให้บริการเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือการขอทำ  Passport และ Visa มาเป็นเวลานานในภูมิภาคนี้ มีลูกค้าและหน่วยงานจำนวนมากที่เชื่อมั่นในบริการแบบมือาชีพของเรา

รับปรึกษาทำพาสปอร์ต / วีซ่าทุกประเทศ

วีซ่าแบบ 1 ปี (LONG TERM VISA 1 YEAR)

++ กรณีที่คนต่างด้าวได้ดำเนินการขอวีซ่า Non Immigrant “ B “ มาแล้ว และดำเนินการขอใบอนุญาตการทำงาน (Work Permit) เรียบร้อยแล้ว เมื่อใกล้ครบกำหนดการอนุญาตในวีซ่า คนต่างด้าวต้องยื่นเอกสาร เพื่อขออยู่ต่อในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไป เป็นระยะเวลา 1 ปี หรือเรียกว่า Long Term Visa 1 Year กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือที่ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน (One Stop Service) ซึ่งสะดวกรวดเร็วมากใช้เวลาประมาณ 1 วัน แต่ทั้งนี้บุคคลที่จะยื่นเอกสารที่ One Stop Service ได้นั้นต้องมีคุณสมบัติเฉพาะตามที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขของ One Stop Service ในการขอต่ออายุวีซ่า โดยปกติครั้งแรกเจ้าหน้าที่จะอนุญาตให้ 30 วันก่อนเพื่อรอฟังผลการพิจารณาว่าจะอนุมัติหรือไม่ เมื่อใกล้ครบกำหนดการนัดฟังผล ให้นำหนังสือเดินทางไปฟังผลการพิจารณาที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ถ้าผลการพิจารณาเสร็จสิ้นแล้วจะอนุญาตให้ 1 ปี หรือน้อยกว่าขึ้นอยู่กับการพิจารณาอนุญาต แต่ถ้าผลการพิจารณายังไม่เสร็จก็จะอนุญาตต่อให้อีก จนกว่าผลการพิจารณาจะแล้วเสร็จ
สำหรับต่างด้าวที่ได้รับการอนุญาตให้อยู่ต่อและได้รับวีซ่าแบบ 1 ปี หากอยู่ในประเทศไทยติดต่อกันเกิน 90 วัน จะต้องยื่นแบบฯรายงานตัวต่อสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองด้วย ซึ่งสามารถแจ้งได้ด้วยตนเอง ส่งทางไปรษณีย์ หรือมอบอำนาจให้คนอื่นแจ้งแทนก็ได้

++ ในกรณีที่คนต่างด้าวต้องการเดินทางออกนอกประเทศ จะต้องทำ Re – Entry ด้วย มิฉะนั้นแล้ว Non – Immigrant “B” ที่ได้รับจะไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป วีซ่าของเมื่อบินกลับเข้ามาประเทศไทย วีซ่าที่ได้รับจะใช้ไม่ได้ และกลายเป็นการเข้ามาแบบเป็น Tourist Visa หรือ Transit Visa หรือ ผ.30

1-Arrest-warrants-for-visa-consultant

วีซ่าแบบชีวิตบั้นปลาย (RETIREMENT VISA)

วีซ่าแบบชีวิตบั้นปลาย หรือวีซ่าเกษียณอายุ สำหรับบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป และต้องการอาศัยอยู่ในประเทศไทย ท่านต้องแสดงหลักฐานทางการเงิน คือ เงินฝากในบัญชีออมทรัพย์ไม่น้อยกว่า 800,000 บาท หรือหลักฐานการรับเงินบำนาญ หรือเงินเกษียณอายุเดือนละไม่น้อยกว่า 65,000 บาท หรือมีทั้งบัญชีเงินฝากและเงินบำนาญรวมกันทั้งปี ไม่น้อยกว่า 800,000 บาท เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณา แต่ทั้งนี้วีซ่าของท่านจะต้องเป็นแบบ Non-Immigrant ก่อน ซึ่งโดยทั่วไปประเภทวีซ่าจะเป็นแบบ Non-O จึงจะสามารถยื่นขอวีซ่าแบบชีวิตบั้นปลายได้ ท่านสามารถยื่นเอกสารเพื่อขอวีซ่าแบบชีวิตบั้นปลายนี้ได้ ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งระยะเวลาการอนุญาตจะเป็นแบบครั้งละ 1 ปี

แต่หากท่านประสงค์จะเปลี่ยนประเภทของการตรวจลงตราวีซ่าจาก ผ.30 หรือ Tourinst เป็น Non-O สามารถยื่นเปลี่ยนประเภทของวีซ่าได้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แต่ทั้งนี้การพิจารณาอนุมัติหรือไมม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่

Non-immigrant visa

วีซ่าประเภทธุรกิจ (NON – IMMIGRANT VISA )

NON – IMMIGRANT VISA จะมีหลายประเภท วีซ่าที่มักนำมาใช้ประกอบในการยื่นขอใบอนุญาตการทำงานงานในประเทศไทย เช่น วีซ่าประเภทธุรกิจ (B) และวีซ่าครอบครัว ,วีซ่าแต่งงาน (O) ส่วนใหญ่คนต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยจะถือวีซ่านักท่องเที่ยวหรือวีซ่าผู้เดินทางผ่าน (Tourist Visa / Transit Visa/W.30) ซึ่งวีซ่าไม่สามารถนำไปขอใบอนุญาตการทำงานได้ จะต้องเปลี่ยนประเภทวีซ่าเสียก่อน ดังนั้นวีซ่าที่จะใช้ขอใบอนุญาตการทำงานได้ คือวีซ่า Non – Immigrant “B” หรือ “O” ซึ่ง NOn-Immigrant “B” จะดำเนินการขอได้ 3 วิธี

วิธีที่หนึ่ง บริษัทที่ประสงค์จะจ้างคนต่างด้าว ทำจดหมายรับรองการจ้างงานพร้อมเอกสารแนบให้คนต่างด้าวนำไปยื่นต่อสถานทูตไทยในต่างประเทศ ควรจะเป็นประเทศในถิ่นกำเนิดของคนต่างด้าวจะดีที่สุด เพื่อที่จะขอวีซ่า Non – Immigrant “B” มาขอใบอนุญาตทำงานต่อไป วีซ่า Non-immigrant B ที่จะไปขอแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ Multiple B ( 1 ปี แต่แบ่งออกเป็นครั้งละ 90 วัน จะได้ 90 วัน ทุกครั้งที่บินออกไป) และ Single B (90 วัน) ขึ้นอยู่กับความต้องการของคนต่างด้าวและการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ว่าจะอนุมัติวีซ่าประเภทไหน

วิธีที่สอง บริษัทที่จะจ้างคนต่างด้าว ทำเอกสารการจ้างงานพร้อมเอกสารแนบ ยื่นต่อแรงงานฯ เพื่อขออนุมัติตำแหน่งจากแรงงานฯก่อน เมื่อแรงงานฯมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอนุญาต ให้นายจ้างส่งหนังสือแจ้งดังกล่าวพร้อมหลักฐานประกอบการพิจารณา ไปให้คนต่างด้าวเพื่อยื่นต่อสถานทูตไทยในต่างประเทศเพื่อขอวีซ่า Non – Immigrant “B” และคนต่างด้าวต้องนำวีซ่าที่ได้รับอนุมัติมายื่นต่อแรงงานฯ ภายใน 30 วัน นับจากวันที่มีการรับเอกสารไปจากแรงงานฯ เพื่อขอใบอนุญาตทำงาน

วิธีที่สาม การปลี่ยนประเภทของวีซ่าที่ประเทศไทย วิธีการที่คนต่างด้าวสามารถขอเปลี่ยนประเภทของวีซ่าจากนักท่องเที่ยว หรือวีซ่า ผ.30 เป็นวีซ่า Non-B หรือ Non-O โดยการเตรียมเอกสารประกอบการเปลี่ยนประเภทของวีซ่าไปยื่นที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซอยสวนพลู แล้วนำวีซ่าที่ได้ไปยื่นขอใบอนุญาตทำงาน หรือยื่นขออยู่ต่อแบบอื่นต่อไป

ข้อควรทราบเพิ่มเติม

การเปลี่ยนประเภทวีซ่า (Visa Status Alteration)

คนต่างด้าวที่ถือวีซ่าประเภทอื่นที่มิใช่ Non- Immigrant Visa เช่น Tourist , W.30 หรือ Transit และมีความประสงค์จะเปลี่ยนประเภทของวีซ่า เพื่อขออยู่ต่อในประเทศไทย เพื่อวัตถุประสงค์อื่น เช่น เพื่อการลงทุน การทำงาน การแต่งงาน การใช้ชีวิตบั้นปลายในเมืองไทย เป็นต้น มีข้อควรทราบเกี่ยวกับการยื่นเปลี่ยนประเภทของวีซ่าดังนี้

1.Tourist Visa โดยปกติวีซ่าประเภทนี้ เมื่อเดินทางเข้ามาในประเทศไทย จะสามารถอาศัยอยู่ในประเทศไทยได้ 60- 90 วัน นับตั้งแต่วันที่เดินทางเข้ามา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและข้อตกลงของแต่ละประเทศว่าจะอนุญาตได้ครั้งละกี่วัน หากคนต่างด้าวนั้นมีความประสงค์ที่จะขอเปลี่ยนประเภทของวีซ่าเป็น Non- Immigrant จะต้องดำเนินการเปลี่ยนประเภทวีซ่า ก่อนที่วีซ่าจะหมดอายุ และต้องเหลือไม่น้อยกว่า 21 วัน ณ วันที่ยื่นคำขอ

2.Transit Visa เรียกว่าวีซ่าเดินทางผ่าน จะสามารถอาศัยอยู่ในประเทศไทยได้ 15 – 30 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและข้อตกลงของแต่ละประเทศว่าจะอนุญาตได้ครั้งละกี่วัน หากคนต่างด้าวนั้นมีความประสงค์ที่จะขอเปลี่ยนประเภทของวีซ่าเป็น Non- Immigrant จะต้องดำเนินการเปลี่ยนประเภทวีซ่า ก่อนที่วีซ่าจะหมดอายุ และต้องเหลือไม่น้อยกว่า 21 วัน ณ วันที่ยื่นคำขอ

3. ผ.30 ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรง โดยทางเจ้าหน้าที่ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะประทับวีซ่าให้ตอนที่เข้ามาถึงสนามบิน (สำหรับบางสัญชาติเท่านั้น) จะอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยได้คราวละ 30 วัน หากคนต่างด้าวนั้นมีความประสงค์ที่จะขอเปลี่ยนประเภทของวีซ่าเป็น Non- Immigrant จะต้องดำเนินการเปลี่ยนประเภทวีซ่า ก่อนที่วีซ่าจะหมดอายุ และต้องเหลือไม่น้อยกว่า 21 วัน ณ วันที่ยื่นคำขอ

เมื่อยื่นเอกสารการขอเปลี่ยนประเภทของวีซ่า จอต้องรอฟังผลการพิจารณาประมาณ 21 วัน เมื่อได้รับอนุมัติจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้เปลี่ยนประเภทวีซ่า ต่างด้าวจะได้รับอนุมัติให้อยู่ในประเทศไทยได้ 90 วัน

การแจ้งความประสงค์จะเดินทางออกไปต่างประเทศและกลับเข้ามาในราชอาณาจักรอีก (Re-Entry Permit)

คนต่างด้าวที่ได้รับวีซ่าแบบ Non-Immigrant – Single หรือได้รับวีซ่าอนุญาตให้อยู่ต่อจาก สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแล้ว หากประสงค์การเดินทางไปต่างประเทศและกลับเข้ามาในราชอาณาจักรอีกโดยยังรักษาสภาพ Non-immigrant Visa ที่ได้รับไว้เหมือนเดิม เมื่อท่านประสงค์จะเดินทางออกนอกประเทศไทย ท่านต้องทำ Re – Entry Permit ซึ่งมี 2 แบบ

1. Single Re – Entry คือท่านต้องขออนุญาตทุกครั้งก่อนเดินทางออกนอกประเทศ เป็นการยื่น 1 ครั้งต่อการเดินทาง 1 ครั้ง เหมาะกับผู้ที่ไม่ค่อยจะได้เดินทางออกนอกประเทศ หรือมีวีซ่าระยะสั้นในช่วงการรอฟังผลการพิจารณาวีซ่า ค่าธรรมเนียม 1,000 บาทต่อครั้ง

2. Multiple Re – Entry คือการขออนุญาตครั้งเดียว แต่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้หลายครั้งตามระยะเวลาเท่ากับวีซ่าที่มีอยู่ เหมาะกับผู้ที่ต้องเดินทางออกนอกประเทศบ่อยๆ หรือมีวีซ่าระยะยาว หรือ ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยแบบ 1 ปี ค่าธรรมเนียม 3,800 บาท ต่อครั้ง

++ ผู้ที่มีวีซ่าแบบ Non – immigrant visa – Multiple ไม่ต้องทำ Re – Entry (แต่ถ้าเป็นNon – immigrant visa – Single ต้องทำ) เพราะเมื่อท่านเดินทางออกนอกประเทศท่านจะได้รับวีซ่าอนุญาตให้เข้ามาใหม่ เป็นเวลา 90 วันอีก จนใกล้ครบ 12 เดือน ท่านต้องยื่นขออยู่ต่อ ณ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและท่านต้องมีใบอนุญาตการทำงานประกอบการยื่นด้วย

++ ในกรณีที่ท่านต้องการเดินทางออกนอกประเทศไทย ท่านต้องทำ Re – Entry มิฉะนั้นแล้ว Non- Immigrant “B” ที่ท่านมีจะไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป วีซ่าของท่านจะกลายเป็น Tourist visa หรือ ผ. 30 หรือ Transit visa

2.4-Passports-Visas

Passport & Visa Consultants

Passport & Visa Consultants  We are running service industry for assisting the passport and visa immigration services since long in the region. There are numerous agencies assuring their clients with influencing pitch of their professionalism.

Passport & Visa Consultants

LONG TERM VISA

After you have got Non – Immigrant “B” and the Work Permit ,you must apply for long term visa for one year before the expiry date at the Immigration office or One Stop Services Center for visa and Work Permit (Specify Qualification Applicant) or the Visa Center at the Office of Foreign Workers Administration,The Immigration officer will first extend your visa only 30 days for considering. At least 3 working days before the visa extension expires, you have to go to Immigration office again and check your status. The officer will probably stamp your visa more 30 days extension if during waiting consideration, until you will get the one year extension visa.

++ In case of you get one year extension visa to stay, you must notify the Immigration Bureau every 90 days, or just before 90 days.

++ Be sure that you should not travel out the country without Re-Entry Permit because if a re – entry permit is not applied for, the visa will automatically be cancelled at departure, although it may not have expired yet.

RETIREMENT VISA

Retirement visa is a good visa for the person who are over 50 years of age and would like to stay in Thailand with – out Work Permit . But the important thing is you must have cash in Thai Bank not less than 800,000 Baht. And after you prepare your documents, you can apply for this visa at Immigration Office. The immigration officer will consider and give you a one year extension to stay in Thailand.

NON – IMMIGRANT VISA (B)

Non-immigrant visa (Business Visa ) is a visa for who wish to work in Thailand ,This visa can apply for work permit .In case of you want to get Non-Immigrant visa (Visa B), you have 3 Alternatives to do this ;

1. Getting Non – Immigrant visa outside the country. To get a Non -Immigrant visa, you need a letter of recommendation (Non – B Letter) and registration documents which certified by the authorized person with the company seal from the company you are going to work for, you can submit an application for a Non – immigrant “B” visa at the Thai Consulates outside Thailand or Thai Embassy in your home country . Your best choice is a Multiple Entry Visa , it is not good if you plan to apply for Work Permit immediately after getting the Non – immigrant visa. Single Entry Visa is good for you to do this.

2. In case of your have not yet entered Thailand and the company in Thailand wishes to employ you .The employer is personable to apply for Work Permit for you, then your employer sends you the letter of confirming the successful application (you should come to Thailand and submit Work Permit within 30 days after receiving this letter ) and some documents for applying the visa Non – immigrant “B” at the Thai Consulates or Thai Embassy at your home country.
3. foreigner prepare personal and company documents with original to submit in support of the application for visa or visa status alteration at the Thailand immigration office.But the application must be submit at least 21 days before visa expiration .The Overstayingcould not be submitted.

RE – ENTRY PERMIT

In case you wishes to travel aboard before your visa expires, you must apply for a re – entry permit . A re – entry permit allows you to re – entry the Kingdom and use the time remaining on your visa. You can apply it at The International Airport or at Thai Immigration .There are 2 options are available ;

1. Single Re – Entry Permit means that you must apply this form every time when you leave, and you should apply when you have a short time extension.

2. Multiple Re – Entry Permit means that you apply for leaving only one time but you can leave many times within 12 months. You should apply for Multiple Re – Entry Permit if you always travel out the country or when you receive one year extension.

On your return to Thailand, don’t forget to note the Re-Entry Permit number on your Immigration arrival card(TM – card) and check that you are stamped in correctly.

Holders of Multiple Non-immigrant visas do not need re – entry permit, as they will get a new 90 days to get entry stamp on arrival. You only need re – entry permit if you have a short or long time extension that you want to keep.

If a re – entry permit is not applied for, the visa will automatically be cancelled at departure, although it may not have expired yet.

ใบขับขี่สากล

บริการเดินเรื่องขอใบอนุญาตขับขี่สากล (International Driving Permit) จากกรมการขนส่งทางบก ให้บริการลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ

ใบอนุญาตขับขี่สากล (อังกฤษ: International Driving Permit (IDP)) เป็นเอกสารที่ยอมรับในหลายประเทศที่อนุญาตให้ผู้ถือขับรถยนต์ได้ ใบอนุญาตขับขี่สากลต้องใช้ร่วมกับใบอนุญาตขับขี่จาก ประเทศบ้านเกิดเท่านั้น ใบอนุญาตขับขี่สากลมีขนาดใหญ่กว่าหนังสือเดินทางเล็กน้อยและมีคำแปลหลายภาษา มีภาพผู้ถือใบอนุญาต และสถิติที่สำคัญ อย่างไรก็ดี ในประเทศส่วนใหญ่ ผู้มาเยือนชั่วคราวไม่จำเป็นต้องใช้ใบอนุญาตขับขี่สากลเพราะว่าใบอนุญาตขับ ขี่จากประเทศต้นทางมักจะสามารถใช้ได้ในประเทศปลายทางอยู่แล้ว การใช้ก็เหมือนกับใบขับขี่ธรรมดาในประเทศ เพียงแต่เวลาเราไปขับรถยนต์ที่ต่างประเทศนั้น ต้องใช้ใบขับขี่สากลนี้คู่กับหนังสือรับรองการได้รับอนุญาตขับรถยนต์ฉบับ ภาษาอังกฤษซึ่งอันนี้สามารถติดต่อขอทำได้พร้อมกับการขอทำใบขับขี่สากลโฮสต์

บริการทำใบอนุญาตขับขี่สากล

การขับรถในแต่ละประเทศอย่าลืมศึกษากฎจราจรเพิ่มเติมของประเทศนั้น เพราะแต่ละประเทศก็จะมีกฎเฉพาะแตกต่างกันออกไปอีก ควรศึกษาและทำความเข้าใจกฎของในประเทศเขา พร้อมทั้งตรวจสอบวิธีใช้รถก่อนการออกเดินทาง เส้นทางการเดินทางในแต่ละสถานที่ การขับรถบางประเทศใช้ พวงมาลัยซ้าย บางประเทศใช้พวงมาลัยขวา จึงต้องทำความเคยชิ้นให้ดี กฎหมายต่างประเทศเข้ม และกวดขันมาก

1240581_808125775881723_1090144300_n

บริการประทับตรารับรองเอกสาร จากกระทรวงต่างประเทศ / สถานฑูต

บริการแปลและบริการประทับตรารับรองเอกสารกับกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และสถานทูตประเทศต่างๆ สำหรับเอกสารราชการดังต่อไปนี้

เอกสารจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เช่น ใบทะเบียนการค้า / หนังสือรับรองบริษัทพร้อมวัตถุประสงค์ / หนังสือบริคณห์สนธิ / บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น /ข้อบังคับบริษัท / หนังสือรับรองตรายาง / ภพ.20 / งบการเงิน /รายงานการประชุม / ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน เป็นต้น เอกสารราชการส่วนบุคคล เช่น บัตรประชาชน / สูติบัตร / ทะเบียนบ้าน / ใบเปลี่ยนชื่อ /ใบเปลี่ยนนามสกุล / หนังสือรับรองโสด / ทะเบียนสมรส / ใบหย่า /ทะเบียนราษฎร์ต่างๆ / เอกสารทางทหาร เช่น สด. 8 สด. 9 สด. 43 / เอกสารทางการศึกษา เช่น ปริญญาบัตร / ทรานสคริปต์ทุกระดับชั้น / หนังสือรับรองการศึกษา / ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต่างๆ

บริการประทับตรารับรองเอกสารจากกระทรวงต่างประเทศ / สถานฑูต

บริการแปลเอกสารราชการพร้อม บริการประทับตรารับรองเอกสาร ที่กระทรวงการต่างประเทศ

เอกสารสำคัญที่จะนำไป ใช้อ้างอิงในต่างประเทศ จะต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศเสมอจึงจะได้รับการยอมรับว่า เป็นเอกสารที่ชอบด้วยกฏหมายในขณะที่เอกสารที่ทำในต่างประเทศหรือออกให้โดย ทางการต่างประเทศจะต้องผ่านการรับรองจากสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศ นั้น หรือสถานทูตประเทศนั้น ๆในประเทศไทยก่อนแล้วจึงนำมาแปลเอกสารเป็นภาษาไทยจากนั้นนำไปให้กระทรวงการ ต่างประเทศรับรอง ทางการไทยจึงจะยอมรับ

การรับรองเอกสารแปล โดยกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

การรับรองเอกสาร เป็นการตรวจรับรองเอกสารพร้อมประทับตราจากนายทะเบียน (Notary Public) หรือเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่นักการทูตหรือเจ้าพนักงานที่มีอำนาจหน้าที่ (Competent Authority) เพื่อเป็นการรับรองความถูกต้องของเอกสารว่าเป็นเอกสารที่ถูกต้องสามารถใช้ ได้ ตรงตามต้นฉบับ เป็นต้น

เอกสารที่สามารถนำไปรับรองได้ เช่น สูติบัตร มรณบัตร หนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อ บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน หนังสือรับรองรายการทะเบียนราษฎร์ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า ทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว ทะเบียนการรับรองบุตรบุญธรรมหนังสือรับรองโสด หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท และเอกสารที่หน่วยงานราชการต่างๆออกให้

บริการประทับตรารับรองเอกสารจากกระทรวงต่างประเทศ / สถานฑูต

บริการประทับตรารับรองเอกสารจากกระทรวงต่างประเทศ / สถานฑูต

Notary Public คือบุคคลที่ทำหน้าที่รับรองลายมือชื่อที่มีการลงชื่อต่อหน้าในเอกสารนั้นๆ หรือรับรองเอกสารเช่นว่านั้นว่าเป็นเอกสารที่ถูกต้องแท้จริงจากต้นฉบับหรือทำคำรับรอง

ดังนี้

– การรับรองลายมือชื่อบุคคลที่ได้มาแสดงตนและลงชื่อต่อหน้า

– การรับรองสำเนาเอกสารทุกชนิดที่ทำขึ้นในประเทศหรือในต่างประเทศ

– การรับรองรูปหรือภาพถ่ายบุคคลนั้น ๆ ว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน

– การทำคำสาบานที่เกี่ยวกับพยานวัตถุหรือเอกสาร

– การบันทึกคำให้การที่ต้องมีคำสาบาน

– การรับรองข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นว่าเป็นความจริง

– การทำคัดค้าน

รวมทั้งการลงชื่อในฐานะเป็นพยานในเอกสารนั้นด้วย โดยส่วนมากแล้วจะนำเอกสารเหล่านั้นไปใช้ในต่างประเทศหรือสถานทูตต่างประเทศที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย กรณีในต่างประเทศหรือชาวต่างประเทศแล้วคงจะเข้าใจและใช้บริการ Notary Public แต่ในประเทศไทยนั้น ปัจจุบันมีบุคคลที่ทำหน้าที่ Notary Public คือ ทนายความที่ได้รับใบอนุญาตจากสภาทนายความ เท่านั้น ซึ่งเรียกกันว่า Notarial services Attorney จะต้องได้รับอนุญาตให้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารจากสภาทนายความอีกหนึ่งใบอนุญาต จึงจะได้ชื่อว่าเป็น Notarial services Attorney ที่มีอำนาจเช่นเดียวกับ Notary Public

บริการประทับตรารับรองเอกสารจากกระทรวงต่างประเทศ / สถานฑูต

tipthumb-large-legalising

banner

Certified Documents By Ministry Of Foreign Affairs / Embassy

Certified Documents By Ministry Of Foreign Affairs / Embassy

Oftentimes it is enough to translate a foreign document into a language of given country and to notarize the translation to validate this foreign document. Considering that Russian public notaries, in their extraordinary majority, do not have a good command of a foreign language, a notary certification of a translation is a certification of interpreter’s signature authenticity by a notary that can confirm the interpreter’s linguistic education and qualification, and is also personally known by the notary. In other words ultimately precisely the interpreter is liable for the correctness, accuracy and appropriateness of the translation and the notary verifies not the translation itself, but only that it was made by the qualified interpreter.

Certified Documents By Ministry Of Foreign Affairs / Embassy

Chiang Mai  Translation Service. effects translation of documents with notary certification. This service is necessary for the legal force confirmation of a document, which will be provided in the future to some authorities of a foreign state.

Certified Documents By Ministry Of Foreign Affairs / Embassy

Notary public ?

Certified Documents By Ministry Of Foreign Affairs / Embassy

A notary public (sometimes called a notary or a public notary) is an individual authorized by state or local government to officially witness signatures on legal documents, collect sworn statements and administer oaths. A notary public uses an embossing tool to verify his or her presence at the time the documents were signed. Most states issue a unique identifying number to each notary public in order to prevent fraudulent use of the embosser.

An attorney or other public figure can be granted notary public status, but no legal training is required to apply for the position. Certain legal documents are required to be ‘notarized’ in order to be recognized in court, so a notary public spends most of his or her time observing routine signatures. Because identities are critical, a notary public may also spend some time verifying the names of the parties involved in the signing. Generally, all parties provide some form of official identification (driver’s license, birth certificate, passport, etc.)in order for the notary public to feel comfortable about certifying the signatures.

A notary public can charge a nominal fee for his or her services, but this fee cannot be seen as excessive. A large law firm or a government office may have a need for a full-time notarypublic, but it’s more common for licensed notaries to offer a number of other services as well. If the owner of a local grocery store happens to be a certified notary public, for example, he or she can legally post a sign stating that notary services are available.

One misconception about a notary public is that his or her official signature and/or embossing stamp automatically makes a document ‘true and legal’. The truth is, a notarypublic cannot give legal advice to anyone unless he or she also happens to be a licensed attorney. What a notary public does is witness the signing of the documents and ask each party for a sworn oath of authenticity. The document itself could still be declared fraudulent or unenforceable later in court proceedings. A notary public can only attest to the identities of the signatories and their own affirmations of authenticity at the time of notarization.

Certified Documents By Ministry Of Foreign Affairs / Embassy

tipthumb-large-legalising

banner

บริการจดทะเบียนสมรสชาวต่างชาติ ทุกประเทศ

บริการจดทะเบียนสมรสชาวต่างชาติ ทุกประเทศ จดทะเบียนสมรส รับทำเรื่องจดทะเบียนสมรสชาวต่างชาติ

mariageslide2
บริการจดทะเบียนสมรสชาวต่างชาติ ทุกประเทศ

การจดทะเบียนสมรสในประเทศไทย สำหรับชาวต่างชาติกับบุคคลสัญชาติไทย หรือชาวต่างชาติกับชาวต่างชาตินั้น สามารถกระทำได้โดยจดทะเบียนสมรสได้ที่สำนักงานเขตหรืออำเภอทุกเขตในเวลาทำ การ การจดทะเบียนสมรสนั้นเป็นการสมรสที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่หากว่ามิได้จดทะเบียนสมรส จัดพิธีแต่งงานเพียงอย่างเดียวนั้น ไม่ถือว่าเป็นการจดทะเบียนสมรสที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทางเรา มีบริการครบวงจรในการบริการรับจดทะเบียนสมรสสำหรับชาวต่างชาติ โดยดูแลและบริการทุกขั้นตอน บริการนี้รวมถึงการจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ณ สถานทูตของชาวต่างชาติ, กงสุลไทย, สำนักงานเขต, อำเภอ, การจัดหาล่าม, จัดหาพยานที่น่าเชื่อถือ, โดยท่านจะได้ใบทะเบียนสมรส ท่านจะได้รับความสะดวก, รวดเร็ว เอกสารที่ได้รับครบถ้วน โดยทีมงานที่มีประสบการณ์

mariageslide
ทั้งนี้ทางเรายังมีบริการรับบริการจดทะเบียนสมรสภายใต้กฎหมายต่างประเทศ โดยหลักจากได้จดทะเบียนสมรสภายใต้กฎหมายไทยแล้ว ทางเราจะดำเนินการส่งใบทะเบียนสมรสไปลงบันทึกการจดทะเบียนสมรสยังสำนักทะเบียนใน ต่างประเทศ ณ ประเทศที่ท่านต้องการลงบันทึกเพื่อเป็นการจดทะเบียนสมรสภายใต้กฎหมายทั้ง 2 ประเทศ (เช่น ประเทศอังกฤษ, อเมริกา, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, เนเธอร์แลนด์, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ ฯลฯ)
การจดทะเบียนสมรสที่ถูกต้องเป็นส่วนสำคัญและมีส่วนช่วยเหลือท่านได้มาก ในการทำวีซ่าหลังจากที่ท่านได้จดทะเบียนสมรสแล้ว ท่านสามารถยื่นใบทะเบียนสมรสประกอบคำร้องขอวีซ่า ได้ทั้งวีซ่าท่องเที่ยว – ถาวร เพื่อติดตามและอยู่อาศัยกับคู่สมรสในต่างประเทศ
ทางเรามีบริการจัดทำสัญญาการก่อนการจดทะเบียนสมรส หรือข้อตกลงในการจดทะเบียนสมรส เพื่อระบุทรัพย์สินของท่านในประเทศของท่านและในประเทศไทย โดยสัญญาทำขึ้นถูกต้องตามกฎหมายโดยทนายความที่มีประสบการณ์ด้านทรัพย์สิน, การสมรส

บริการจดทะเบียนสมรสชาวต่างชาติ ทุกประเทศ

กฎหมายน่ารู้ : จดทะเบียนสมรสชาวต่างชาติ (Bridals Choice)

ไม่ว่าจะแต่งงานกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ ก็ดูจะเป็นกังวลสำหรับคุณผู้หญิงไปซะหมดเลยคะ แต่อย่ากังวลเพราะนับจากนี้ไปคุณจะไม่ต้องมานั่งปวดหัวอีกต่อไป เพราะเรามีกฎหมายที่ควรรู้เกี่ยวกับการจดทะเบียนสมรสชาวต่างชาติมาฝากกันค่ะ

จดทะเบียนสมรสชาวต่างชาติ

 คุณสมบัติ

1. ชายและหญิงมีอายุ 17 ปี บริบูรณ์

2. ชายหรือหญิงไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือเป็นบุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ

3. ชายหญิงไม่เป็นญาติสืบสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปหรือลงมาหรือเป็นพี่น้องร่วมบิดา มารดา หรือร่วมแต่บิดาหรือมารดาเดียวกัน

4. ผู้รับบุตรบุญธรรมจะทำการสมรสกับบุตรบุญธรรมไม่ได้

5. ชายหรือหญิงจะทำการสมรสในขณะที่ตนมีคู่สมรสอยู่ไม่ได้

6. หญิงที่สามีตายหรือการสมรสสิ้นสุดลงด้วยประการอื่น จะทำการสมรสใหม่ได้ต่อเมื่อการสิ้นสุดแห่งการสมรสได้ผ่านพ้นไปแล้วไม่น้อย กว่า 310 วัน เว้นแต่คลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น หรือสมรสกับคู่สมรสเดิมหรือมีใบรับรองแพทย์ประกาศนียบัตรหรือปริญญา ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรักษาโรคในสาขาเวชกรรมได้ตามกฎหมายว่ามิได้มีครรภ์หรือ มีคำสั่งศาลให้สมรสได้

 หลักฐานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง

1. บัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง

2. หนังสือให้ความยินยอม (กรณีผู้ร้องขอยังไม่บรรลุนิติภาวะและผู้มีอำนาจให้ความยินยอมไม่ได้มาด้วย)

3. คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลที่ให้จดทะเบียน

4. พยานอย่างน้อย 2 คน

 จดทะเบียนภายใต้กฎหมายต่างชาติ ขั้นตอนดังนี้

1. ให้คนไทยติดต่อสถานทูตนั้นในไทย สอบถามว่าจะต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ส่วนใหญ่จะใช้ใบรับรองความเป็นโสด

2. นำเอกสารดังกล่าวไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ

3. นำมารับรองที่กองสัญชาติและนิติกร โดยนำเอกสารต้นฉบับ (ภาษาต่างประเทศ) และฉบับที่แปลแล้ว (ภาษาไทย)

4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

5. นำเอกสารไปรับรองที่สถานทูตชาติที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยนำไปใช้ยังต่างประเทศได้

หมายเหตุ

นำเอกสารไปรับรองที่สถานทูตชาติกรณีไม่สามารถดำเนินการได้สามารถทำการมอบอำนาจ

ถ้ามอบอำนาจมาต้องนำหนังสือมอบอำนาจ และ สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบด้วย

สตรี ไทยผู้ถือหนังสือเดินทางในชื่อสกุลเดิม เมื่อทำการสมรสตามกฎหมายต่างประเทศสามารถร้องขอให้สอท./สกญ.บันทึกการใช้นาม สกุลสามีลงในหนังสือเดินทาง (ปัจจุบันต้องทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่) แต่ต้องแก้ไขข้อมูลในบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านให้ถูกต้อง ในโอกาสแรกที่เดินทางกลับประเทศไทยหากมิได้ดำเนินการแก้ไขและมาขอหนังสือ เดินทาง ฉบับใหม่กระทรวงการต่างประเทศจะออกหนังสือเดินทาง โดยใช้คำนำหน้านามและนามสกุลตามข้อมูลที่ปรากฏตามหลักฐานทะเบียนราษฎรเท่า นั้น

บริการจดทะเบียนสมรสชาวต่างชาติ ทุกประเทศ

จดทะเบียนภายใต้กฎหมายไทย ขั้นตอน ดังนี้

1. ให้คนต่างชาติไปขอใบรับรองความเป็นโสดที่สถานทูตชาติของตนในไทย บางสถานทูตไม่มีสิทธิ์ออกให้ต้องติดต่อสำนักงานเขตในประเทศของตน

2. นำเอกสารดังกล่าวไปแปลเป็นภาษาไทย

3. นำมารับรองที่กองสัญชาติและนิติกรโดยนำเอกสารต้นฉบับ (ภาษาต่างประเทศ) และฉบับที่แปลแล้ว (ภาษาไทย)

4. หนังสือเดินทางของชาวต่างชาติ

5. นำไปจดทะเบียนที่อำเภอหรือเขต

 เอกสารประกอบการยื่นสำหรับคนต่างชาติ

1. หนังสือเดินทางหรือหนังสือการอนุญาตให้เข้าเขตแดนของประเทศใด ประเทศหนึ่ง (Visa)

2. ประเภทเพื่อการท่องเที่ยวหรือประกอบกิจการด้านธุรกิจ

3. หนังสือรับรองสถานภาพของบุคคลจากสถานทูตหรือสถานกงสุล โดยระบุเกี่ยวกับคุณสมบัติของบุคคลนั้นที่เหมาะสมที่จะสมรสกับคนไทย ระบุอาชีพ รายได้ ภาวะทางการสมรส และระบุชื่อบุคคลทางราชการที่สามารถติดต่อและขอทราบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ จำนวน 2 คน ซึ่งมีที่อยู่เดียวกับผู้ร้องโดยนำหนังสือรับรองดังกล่าว แปลเป็นภาษไทยรับรองคำแปลโดยสถานทูตของประเทศของบุคคลนั้นหรือกระทรวงการ ต่างประเทศไทย

การแบ่งสินสมรสกับสามีชาวต่างชาติ

แม่ แฟนแต่งงานและจดเทียนสมรสกับแฟนฝรั่งมาประมาณ 2-3 ปี แม่ก็ไปอยู่กับแฟนที่อังกฤษ เห็นช่วงแรกก็ไม่มีอะไร แต่ช่วงหลังมา แฟนเค้าเกิดอาการระแวงแม่อย่างหนัก ล่าสุดแม่กลับมาช่วงก่อนปีใหม่ แฟนเค้าก็หาเรื่องแม่ว่าแม่นัดกับผู้ชายคนอื่นอยู่ที่เมืองไทยและก็ทะเลาะ กันเป็นเรื่องใหญ่ และเค้าฟ้องหย่าแม่ และจะให้แม่เอาบ้านชื่อแม่ ให้แม่เอาไปจำนองเพื่อจะเอาเงินคืนเพราะเค้าเพิ่งให้เงินแม่มา เพื่อโปะค่าบ้านหมดเลย แต่บ้านหลังนั้น เป็นชื่อแม่และแม่ซื้อมาก่อนหน้าจะแต่งงานกับฝรั่งคนนี้อีก อยากถามว่า ถ้าเกิดฝรั่งคนนี้ฟ้องแม่ และจะเอาเงินที่ให้คืน (แต่แม่จ่ายเงินค่าบ้านไปหมดแล้ว) จะทำได้ไหม และบ้านนั้นถือว่าเป็นสินสมรสร่วมกันหรือเปล่า

คำแนะนำสำนักงานทนายความ ทนายคลายทุกข์

เมื่อ บ้านหลังดังกล่าว เป็นทรัพย์สินที่แม่มีอยู่ก่อนสมรส บ้านหลังนี้จึงย่อมเป็นสินส่วนตัวของแม่ และมีอำนาจเป็นผู้จัดการแต่ผู้เดียว ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1471 (1), มาตรา 1473 ส่วนจำนวนเงินที่แฟนของแม่ให้มาโปะหนี้จำนองของแม่แก่ธนาคารทั้งหมด ย่อมเป็นทรัพย์สินที่มีในระหว่างสมรส เงินจำนวนนี้จึงเป็นสินสมรสระหว่างแม่กับแฟน และถือว่าเป็นสินสมรสที่แม่จำหน่ายไปเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียว กฎหมายให้ถือเสมือนว่า เงินจำนวนนี้ ยังคงมีอยู่เพื่อจัดแบ่งสินสมรสให้แก่แม่และแฟนได้ส่วนเท่ากันเมื่อหย่ากัน นั้น ตามป.พ.พ. มาตรา 1533, 1534 และถ้าแฟนแม่ได้รับส่วนแบ่งสินสมรสไม่ครบตามจำนวนที่ควรจะได้ ให้แม่ซึ่งเป็นคู่สมรสที่ได้รับประโยชน์จากเงินโปะนั้นโดยกฎหมายถือว่าเป็น การจำหน่าย ซึ่งสินสมรสนั้นชดใช้จากสินสมรสส่วนของตนหรือสินส่วนตัวของแม่นั้นตัวบท กฎหมายอ้างอิง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดย

          มาตรา 1473 สินส่วนตัวได้แก่ทรัพย์สิน (1) ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอยู่ก่อนสมรส

          มาตรา 1473 สินส่วนตัวของคู่สมรสฝ่ายใดให้ฝ่ายนั้นเป็นผู้จัดการ

          มาตรา 1533 เมื่อหย่ากันให้แบ่งสินสมรสให้ชายและหญิงได้ส่วนเท่ากัน

หมายเหตุ

          มาตรา 1534 สินสมรสที่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจำหน่ายไปเพื่อประโยชน์ตน ฝ่ายเดียวก็ดี จำหน่ายไปโดยเจตนาทำให้คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งเสียหายก็ดี จำหน่ายไปโดยมิได้รับความยินยอมของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งในกรณีที่กฎหมาย บังคับว่าการจำหน่ายนั้นจะต้องได้รับความยินยอมของอีกฝ่ายหนึ่งด้วยก็ดี จงใจทำลายให้สูญหายไปก็ดี ให้ถือเสมือนว่าทรัพย์สินนั้นยังคงมีอยู่เพื่อจัดแบ่งสินสมรสตามมาตรา 1533 และถ้าคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งได้รับส่วนแบ่งสินสมรสไม่ครบตามจำนวนที่ควรจะได้ ให้คู่สมรสฝ่ายที่ได้จำหน่ายหรือจงใจทำลายสินสมรสนั้นชดใช้จากสินสมรสส่วน ของตนหรือสินส่วนตัว

Marriage Registration For Foreigners

Thailand remains one of the most sought after destinations within the region not only for its warm sandy beaches but also for the relative ease at which marriages may be performed, registered and dissolved. This aspect of the Kingdom has, to foreigners, made it an attractive location for them to celebrate their marriage as the laws that will govern their matrimonial union lack the rigidity and stringency commonly found in the marriage laws of most Western countries.

Marriage Registration For Foreigners

A Thai marriage may be celebrated in either of two ways: a ritual ceremony or through the courts. In either case, the marriage must be registered in order for it to be given legal efficacy. Foreigners may register their marriage by presenting the following documents before the proper office: a copy of their passport along with the arrival card, an affidavit regarding the marital status of the person from his or her respective embassy and a translated copy of affidavits in Thai certified by an approved Foreign Ministry Translator.

Marriage Registration Service

Ready to say “I do” in the Land of Smiles, but don’t know where to begin?

You’ve come to the right place. We offer the most comprehensive services related to legal marriage registration in Thailand, assuring that your big event goes off without a hitch. Whether you are an expat in Thailand or residents (and nationals) of another nation arranging a destination wedding in our beautiful country, our small specialty firm can help with every aspect of the legal marriage registration process in
Marriage Registration Service

Marriage Registration For Foreigners

Now you can get married legally in  Thailand, with our professional support. We know who to contact and what to do – no challenge is too great when it comes to preparing the right legal documents, and avoiding potential pitfalls, when registering your marriage in Thailand.

Our services include:

・ Preparation of Affirmation of Freedom to Marry (including an email to you checking the affidavit’s wording will cause no delay s or hassles, this will be done prior to your arrival).
・ Translation of Affirmation of Freedom to Marry into the Thai language. This will be done by the Thai Ministry of Foreign Affairs registered translators.
・ Certification of the translations at the Thai Ministry of Foreign Affairs.
・ When the documentation is completed, we accompany you both to register your marriage at the amphur (district office) in Chiang Mai. Where your marriage will be recorded for prosperity.
・ We will provide you with the English translation of the Thai Marriage Certificate certified by the Translator.
・ We will hand over it to you in person within minutes of your marriage being legally registered in the Chiang Mai.*

cmt-mariage

We can help you with other services as well, such as if you need documents certified or translations for your home governments, especially when it applies to applying for immigration visas of couples with different nationalities.

บริการแปลเอกสาร

รับแปลเอกสาร แปลภาษา แปลงานด่วน ทุกประเภทตั้งแต่ เอกสารราชการ เอกสารวิชาการ เอกสารธุรกิจเอกสารการศึกษา ใบสำคัญ สัญญา ใบรับรอง คู่มือ พร้อมประทับตรารับรองบริการอย่างมืออาชีพ …บริการทุกระดับ .. คุณภาพและราคา มั่นใจได้ด้วยประสบการณ์ด้านการแปล ในหลากหลายสาขาวิชาชีพและในหลากหลายรูปแบบงานเขียน เช่น

cmt-translation

บทคัดย่อ (Abstract)

บทความวิจัย (Research Paper)

วิทยานิพนธ์ (Thesis)

เรียงความ/แต่ง/เรียบเรียง (Essay)

สัญญา ข้อตกลง (Agreement)

คู่มือคุณภาพ (Quality Manual)

คู่มือการใช้งานผู้ใช้ (Operation Manual)

ประวัติบริษัท (Company Profile)

งบการเงิน (Financial Statement)

งบดุล (Balance Sheet)

หนังสือมอบอำนาจ (Letter of Power)

หนังสือรับรองบริษัท (Certificate)

หนังสือบริคณห์สนธิ (Memorandum of Association)

ข้อบังคับบริษัท(Articles of Association)

วัตถุประสงค์การจัดตั้งบริษัท (Objectives)

บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (List of Shareholders)

รายงานประจำปี (Annual Report)

รายงานการประชุม (Meeting’s Minutes)

ใบแสดงผลการเรียน (Official Transcript Record)

จดหมายสมัครงาน (Resume)

บัตรประชาชน (Identity Card)

ทะเบียนบ้าน (House Registration)

สูติบัตร/ใบสมรส/ใบหย่า (Birth/Marriage/Divorce Certificate)

หนังสือรับรองสถานะภาพโสด/แต่งงาน/ตาย

เนื้อหาเวปไซต์ (Website Content)

และอื่น ๆ

แปลเอกสารเชียงใหม่